เนย์มาร์ (Neymar)

    03/05/2018 FIFA55DAY

    เนย์มา

    เนย์มาร์ หรือ ที่ผู้คนรู้จักกันในชื่อ เนย์มาร์ จูเนียร์ เกิดที่เมืองโมกิ ดา ครูซ โดยชื่อนี้ผู้เป็นพ่อ เนย์มาร์ ดา ซิลว่า ซีเนียร์ เป็นผู้ตั้งให้ซึ่งเค้าเป็นอดีตฟุตบอลเช่นกัน ซึ่งเค้ามีเชื้อสายกำเนิดจากแอฟริกันที่อาศัยอยู่ในบราซิล ส่วนคุณนั้นมาจากยุโรปคือเชื้อสายโปรตุเกส แต่โตขึ้นมาในบราซิล ทำให้เนย์มาร์ เป็นเด็กที่มีผิวสองสี ผสมของทั้งโทนขาวและดำนั่นเอง ตั้งแต่เล็กๆ เนย์มาร์ นั้นชอบฟุตบอลและหลงใหลในกีฬาชนิดนี้มาตลอด ทุกๆครั้งที่เค้ามองเห็นลูกบอล เค้าจะต้องการซื้อมากๆ และขอร้องให้พ่อซื้อให้เค้าตลอด จนในที่สุดในบ้านของเนย์มาร์ เต็มไปด้วยลูกฟุตบอลหลากหลาย แตกต่างกันมากถึง 40 ลูก เมื่อตอนเค้าอายุแค่ 4 ขวบเท่านั้น ดังนั้น หลังจากนั้นไม่นาน พ่อแม่ก็เข้าใจทันทีว่า ฟุตบอลคือ สิ่งที่เด็กคนนี้ต้องการเลือกเดินและทุ่มเทให้ในชีวิตของเค้า และจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมันได้แน่นอน นี่เป็นสิ่งที่เนย์มาร์เป็น

    ในครอบครัวของเค้า เนย์มาร์ เป็นเพียงบุตรคนเดียวในบ้าน นั่นทำให้ตอนช่วงวัยเด็กเค้าค่อนข้างเหงา และไม่มีเพื่อนในเวลานั้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน เค้าก็ได้น้องสาวที่เกิดตามมาชื่อ ราฟาเอล ซึ่งผูกพันกันมากทั้ง 2 คน และน้องสาวก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเนย์มาร์ด้วย เนย์มาร์มีฝีเท้าเล่นฟุตบอลที่ดีมากและเริ่มเป็นที่สนใจของผู้คน ที่ประทับใจเมื่อได้เห็นฝีเท้าการเล่นบอลตั้งแต่อายุยังน้อย โดยที่มีคุณพ่อของเค้าอยู่เคียงข้างกายและให้การสนับสนุนมาตลอด เค้าจึงมีต้นทุนที่เพียงพอสำหรับการเลือกเส้นทางนี้ ทั้งด้านการเงินและกำลังใจจากครอบครัว คุณพ่อพาเค้าไปเล่นฟุตบอล ที่เรียกกันในภาษาบราซิลว่า “Futsal” ผสมผสานกับการเล่นบอลในแบบท้องถิ่นของเด็กๆที่เรียกว่า “Street Ball” หรือบอลข้างถนน ที่เป็นที่ให้กำเนิดของดาวดังระดับโลก บราซิลเลี่ยน หลายสิบคนตลอดประวัติศาสตร์ฟุตบอล

    ในปี 2003 เนย์มาร์กับครอบครัวมีโอกาสย้ายไปยังเมือง เซา บิเซนเต้น ซึ่งเป็นที่ๆเค้าได้เริ่มเล่นฟุตบอลระดับเยาวชน ของทีมสโมสรท้องถิ่นที่ชื่อ โปรตุเกซซ่า ซานติสต้า ซึ่งเป็นทีมที่ได้ชื่อว่าปั้นเด็กเล็กๆมากมายเช่นกัน ตั้งแต่ตอนนั้นมาเค้าก็ได้รับการฝึกสอนทักษะฟุตบอลแบบจริงๆจังๆ และในปีเดียวกันนั้นเอง เนย์มาร์มีโอกาสได้ย้ายไปเข้าร่วมทีมใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิมที่พัฒนาการของเค้าไปเตะตาเข้าเต็มๆอย่างรวดเร็ว นั่นคือ ทีม ซานโตส นั่นเอง ที่นั้นเป็นที่ๆให้ค่าตอบแทนที่มากขึ้น ด้วยจำนวนเงินที่เข้ามาในบ้าน ครอบครัวจึงตัดสินใจซื้อทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์ คือ บ้านหลังแรก ที่ วิล่า เบลมิโร่ ทั้งหมดนี้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเนย์มาร์ มีคุณภาพดีขึ้นมาก และมีความสุขกันในบ้าน ยกตัวอย่างเช่น ตอนอายุ 15 เท่านั้นที่เค้าได้รับเงินรายได้ถึง 10,000 ไรต่อเดือน และตอนอายุ 16 เค้าได้มากถึง 125,000 ไรมากเข้าไปอีก จนกระทั่งอายุได้ 17 ปีเค้าได้รับการเซ็นสัญญาการค้าแข้งของจริงฉบับอาชีพเป็นครั้งแรก ซึ่งได้เลื่อนตัวของเค้าขึ้นไปเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของซานโต้สทันที และก็เริ่มเซ็นสัญญากับสปอนเซอร์ ดีลต่างๆหลั่งไหลเข้ามาตั้งแต่ตอนนั้น

    ที่สโมสรซานโต้สแห่งนี้ เนย์มาร์ ก้าวตามรอยการแจ้งเกิดด้วยระดับวัยรุ่นของรุ่นพี่ทีมชาติบราซิลที่เคยเข้ามาเรียนรู้เพลงแข้งที่นี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น คูติญโญ่ โคลโดลโด ดิเอโก้ เอเลาโน หรือ เปเป้ รวมทั้งโรบิญโญ่ และที่นี่เองที่เค้า ได้เจอกันกับ เพื่อนสนิทตั้งแต่ตอนนั้น คือ เปาโล กานโซ ซึ่งกลายเป็นสุดยอดแข้งไล่ๆกัน ตั้งแต่อายุ 14 ปี และเค้าได้เดินทางไปที่เรอัล มาดริด ทีมเยาวชน ในตอนนั้น ที่ยังมีนักเตะระดับโลกเล่นอยู่ เช่น ซีดาน เดวิด เบ็คแฮม และโรแบร์โต้ คาร์ลอส เป็นเหมือนการดูงานสั้นๆของเค้า เพราะว่าต้นสังกัดช่วยเข้าตัดสินใจให้ไม่ย้ายไปเข้าทีมที่นั่นพอ แต่อยู่ที่เดิมเพื่อพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง แถมด้วยการตบโบนัสก้อนโตให้ด้วย ทำให้เรอัล มาดริดแห้วไป เนย์มาร์ ได้ทำผลงานที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆในสีเสื้อ ของซานโต้ส ด้วยผลงานการยิง การจ่าย และการโชว์ทักษะและลูกเล่นทริคต่างๆ เต็มไปหมด ทุกๆจุดของสนาม เวลาทำเกมบุก นี่ทำให้เค้าได้รางวัล ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี 4 สมัยซ้อนของประเทศบราซิล และได้กลายมาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงดังของสายตาประชาชนบราซิลด้วย

    หลังจากเปิดตัวลงสนามนัดแรกกับทีมชุดใหญ่ของซานโต้ซ ในปี 2009 เค้าก็กลายเป็นตัวจริงอย่างเต็มตัวในปี 2010 ที่ทีมขาดไม่ได้เลย จนช่วยให้สโมสรได้แชมป์ลีกสูงสุด และบอลถ้วยบราซิล ตั้งแต่ปีนั้น และได้ในปีถัดๆมา กลายเป็น 3 สมัยติดกัน และในปีนี้เองที่เค้าได้รับการเรียกให้ติดธงทีมชาติบราซิลครั้งแรกด้วย โดยการลงสนามด้วยทรงผมโมฮอว์คเด่นติดตาแฟนๆ จนทำให้ทุกคนจดจำได้มากเข้าไปอีก ในปี 2011 ประตูที่เค้ายิงได้เพื่อช่วยให้ซานโต้ส ได้แชมป์ โคปา ลิเบอร์ตาโดเรส ครั้งแรกในรอบ 48 ปี ยังได้รับการโวตให้เป็นประตูเยี่ยมของของปี จากฟีฟ่า ด้วย และในช่วงนี้เองที่ทำให้เค้าเริ่มมีนิสัยที่ส่งผลเสียต่อภาพพจน์ต่อสาธารณะของเค้า เพราะว่า มีชื่อเสียงไวเกินไป จนเริ่มถูกสื่อมวลขนวิพากษ์วิจารณ์เค้า แถมยังมีเรื่องกับแฟนบอลเด็กข้างสนาม นย์มาร์ ทำประตูครบ 100 ลูกให้กับซานโต้ส ในช่วงปี 2012 วันที่เค้าครบรอบวันเกิดของตัวเองพอดี และในปี 2012 เค้าทำประตูถล่มทลายในลีกทุกรายการรวมกันมากที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของตัวเองคือ 43 ลูกในซีซั่นเดียว แต่แม้จะช่วยทีมสโมสรตัวเองคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้ง ในระดับทีมชาติเค้ากลับโดนวิจารณ์อย่างหนักว่า เป็น ตัวการทำให้บราซิลต้องผิดหวังไม่ได้แชมป์เหรียญทองโอลิมปิกส์ ในการแข่งขันนัดชิงที่พ้ายแพ้ให้กับทีมม้ามืดอย่างเม็กซิโก ซึ่งหน้าเจ็บใจมากสำหรับเค้า เพราะว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีแฟนบอลเปรียบการเล่นของเค้าว่า อยู่ในระดับเดียวกับ ตำนานอย่างเปเล่ และคล้ายคลึงกับโรบิญโญ่ด้วยซ้ำ

    อย่างไรก็ตาม มีคำชมเชยมากมาย ที่มาจากนักเตะและโค้ชรวมทั้งนักเขียนด้านกีฬาที่มีให้กับ เนย์มาร์ เช่น ในปี 2010 นักเขียนของวารสาร ฟุตบอลอเมริกาใต้ ทีม วิคเกอร์ยอน เขียนไว้ว่า เนย์มาร์ ในวัย 18 ปี เป็นสุดยอดของดาวรุ่ง เค้าเล่นฟุตบอลด้วยทักษะที่เนียนและสง่างาม สามารถเอาชนะกองหลังได้ทั้ง 2 ฟากของกรอบเขตโทษ เล่นร่วมกับเพื่อนได้ดี และเต็มไปด้วยลูกเล่นแพรวพราวทั้งในและนอกเขตโทษ ซึ่งสร้างประโยชน์ให้เก็บทีมได้มากมาย นอกจากนั้น ในช่วงปี 2010 เนย์มาร์เคยได้รับการติดต่อทาบทามจากทีมในพรีเมียร์ลีกแล้วด้วย นั่นคือ ทีมเวสต์แฮม ด้วยสนนราคาเพียง 12 ล้านปอนด์ และตามด้วยทีมเชลซี อีกทีมที่มีรายงานว่า ได้เสนอค่าตัวสูงถึง 20 ล้านด้วยซ้ำ แต่ว่าทีมซานโต้ซแจ้งว่าไม่ต้องการจะขาย และเนย์มาร์เองก็ออกมาปิดข่าวว่าขอตั้งใจทำผลงานกับทีมเดิมต่อไป รวมทั้งเอเย่นต์ของเนย์มาร์ ที่ออกมาให้ข่าวตรงข้ามว่า อนาคตของเนย์มาร์นั้นอยู่ที่อื่นแน่นอน เพราะว่าความต้องการจะเป็นอันดับหนึ่งในโลก และการเล่นในบราซิลก็มีโอกาสน้อยมากที่จะเป็นไปได้ แม้หลังจากนั้นหลายปีต่อมาเนย์มาร์ ให้สัมภาษณ์ว่าดีใจที่มีทีมจากยุโรปสนใจ แต่ตอนนั้นตัดสินใจถูกแล้วที่จะอยู่กับบราซิลต่อไป

    นอกจากนั้นในปี 2010 มีบางเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นและทำให้มีผลต่อภาพพจน์ของเนย์มาร์ อีกอย่างด้วยคือ การเริ่มมีชื่อเสียงว่าทัศนะคติไม่เหมาะสมต่อการพุ่งล้ม และต่อกัปตันทีม หรือผู้จัดการทีมที่อาวุโสกว่า เช่น มีการบ่นต่อว่าเค้าเมื่อโดนแทคเกิ้ล แทนที่จะวิ่งต่อไป แต่ชอบกลับพุ่งล้มเรียกเอาจุดโทษบ่อยๆ นอกจากนั้นยังมีเรื่องระหว่างเนย์มาร์กับ โดริวัล ผู้จัดการทีมซานโตส ในเกมที่เค้าเปลี่ยนตัวคนเตะจุดโทษจากเนย์มาร์เป็นคนอื่นเพราะว่า เนย์มาร์ เคยพลาดจุดโทษในเกมก่อนหน้านั้น นี่ทำให้เนย์มาร์โกรธมาก และมีเรื่องถกเถียงกันที่ข้างสนามกับโค้ช และเพื่อนร่วมทีม เล่นกัปตันทีม เอดู ด้วยส่งผลให้ต้องมีไลน์แมนมาห้ามเหตุการ และหลังจากนั้นเนย์มาร์ก็ทำเรื่องวุ่นวายในสโมสร ด้วยการต่อรองและปะทะกับผู้บริหาร เพราะผู้จัดการทีมต้องการให้แบนเนย์มาร์ 2 สัปดาห์ เพราะความไม่เคารพ แต่ว่าบอร์ดกับอยู่ข้างเนย์มาร์ จนเค้าไม่โดนลงโทษ แต่ไล่ผู้จัดการทีมออกแทน ทำให้คนทั่วไปตั้งคำถามกับทัศนะคติแบบผู้เล่นตั้งแต่ตอนนั้น อย่างไรก็ตาม ในปีนั้น เนย์มาร์ ได้รางวันนักเตะอเมริกาใต้ยอดเยี่ยม ตามหลัง อันเดรส ดิอเลสซานโดร

    ในปี 2011 เนย์มาร์ ได้ต่อสัญญากับซานโต้สออกไปยาวจนถึงปี 2014 ด้วยการขึ้นค่าตอบแทนของเค้ามากขึ้น 50 % ด้วยในสัญญา ในระดับเดียวกันกับนักเตะในยุโรปเลย และหลังทำผลงานต่อไปในปีนั้น รวมทั้งในรายการฟีฟ่าสโมสรโลก ที่แพ้ให้กับ บาร์เซโลนาไป 4-0 จนได้เป็นเพียงรองแชมป์ไป อย่างไรก็ตาม 2011 เนย์มาร์ได้รับรางวัน ฟีฟ่า ปุสกัส ด้วยการทำประตูแบบโซโล่เดี่ยวเข้าไปยิงฟลาเมงโก และยังได้รางวัล นักเตะยอดเยี่ยมของอเมริกาใต้ ไปอีกสมัยนึง ตามรอยรุ่นพี่ที่เคย เริ่มมีข่าว เกี่ยวข้องกับการย้ายทีมไปยังยุโรป ด้วยข่าวลืมที่หนาหูที่สุดคือทีมเจ้าบุญทุ่มอย่าง บาร์เซโลน่า ในปี 2013 ตอนแรกๆ เนย์มาร์ออกมาปฎิเสธข่าว โดยอ้างว่า เค้ายังไม่ได้บรรลุข้อตกลงกับทีมใดๆเลยไม่ว่าวาร์ซ่าหรือทีมอื่นๆทั้งสิ้น แต่แล้วในเดือน เมษายน พ่อของเค้าและเอเย่นต์ก็ออกมาเปิดเผยว่า เนย์มาร์ ลูกชายต้องการจะย้ายไปเล่นในยุโรป ก่อนที่บอลโลกปี 2014 จะเริ่มต้นแข่งกัน ก่อนเกมการแข่งขันของเค้ากับนัดสุดท้ายของสโมสร ในเกมแข่งกับ ฟลาเมงโก นั้น ตอนทีเพลงชาติขึ้นบรรเลง เนย์มาร์ก็หลั่งน้ำตาเป็นการอำลาทีมนั่นเอง

    และแล้ว ใน เดือน พ.ค. 2013 เนย์มาร์ก็ออกมาประกาศว่าเค้ากำลังย้ายไปเล่นให้กับบาร์เซโลน่า หลังซานโตสได้รับข้อเสนอมาจาก 2 ทีมสำหรับตัวเค้า แต่เจ้าตัวเลือกที่จะเล่นกับทีมเจ้าบุญทุ่ม โดยเค้าจะเซ็นสัญญาล่วงหน้า และจะย้ายไปเล่นเต็มตัวหลังจากการแข่งขัน คอนเฟดเดอเรชั่น คัพ 2013 กับบราซิลจบลง และในเดือนมิถุนยานการเซ็นสัญญาก็เกิดขึ้นหลังจากที่เค้าผ่านการตรวจร่างกาย และ ตกลงเงื่อนไขรายละเอียดต่างๆเสร็จสิ้นลง เค้าก็เซ็นสัญญายาว 5 ปีกับบาร์ซ่าในที่สุด ก่อนจะไปเปิดตัวต่อหน้าแฟนบอลเกือบหกหมื่อนคนที่สนามแคมป์ นู ที่เสปนอย่างอลังการยิ่งใหญ่ โดยที่มีรายงานว่าค่าตัวเริ่มต้นของเค้าอยู่ที่ 57 ล้านยูโร และบวกกับเงินต่างๆเพิ่มเติมหลังลงเล่น และมีเงื่อนไขการปล่อยตัวด้วยเงินไม่ต่ำกว่า 190 ล้านยูโรเลยทีเดียว นอกจากนั้นแพทย์ยังแนะนำให้เนย์มาร์ เพิ่มน้ำหนักหากจะเล่งในบอล ลีลา เสปนที่ดุดันกว่าด้วย หลังจากย้ายมา เนย์มาร์ ลงเล่นการแข่งจริงครั้งแรกกับทีมเจ้าบุญทุ่ม เมอื่การเจอกันกับ เลบานเต้ โดยลงมาเป็นตัวสำรองแทน อเล็กซิส ซานเชส ในครึ่งหลังและยิงประตูแรกกับทีมในเดือน สิงหาคมกับการแข่งเจอ แอต มาดริด และได้ลงแข่งในหลายๆรายการตลอดปีแรก กับบาร์ซ่ารวมถึง บอลยูฟ่า แชมป์เลี้ยน ลีกสูงสุดของยุโรปหลังจากฝันมานานอีกด้วย และที่สำคัญ คือ เนย์มาร์ ยังมีโอกาสได้ลงเล่นในเกมสุดยอดยิ่งใหญ่และโด่งดังที่สุดของเสปน อย่าง แมชต์ เอล คลาสสิกโก ในการดวลกับอริตลอดกาล อย่าง เรอัล มาดริด และแฟนๆคาตาลันก็ไม่ผิดหวังเมื่อ เนย์มาร์ ลงไปยิง 1 ลูกและจ่ายอีกลูกให้ ซานเชส ยิงประตูเฉือนเอาชนะไปได้ 2-1 อย่างตื่นเต้นนั่นเอง

    ในปี 2014-2015 นั้น เนย์มาร์ประสบความสำเร็จอย่างเต็มตัวกับ ทีมบาร์ซ่าอย่างมากเมื่อ เค้ายิงประตูเป็นว่าเล่น ทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งแสดงความเป็นนักเตะในเกมใหญ่ๆ ด้วยการทำประตูตัดสิน และเป็นตัวพลิกเกมให้กับทีมอยู่เสมอ ทำให้ตลอดซีซั่นเค้าช่วยให้ ทีมทำคะแนนนำทีมเรอัลมาดริดตลอดจนถึงก่อน 2 เกมสุดท้ายของฤดูกาล ก็มีแต้มนำขาดราชันชุดขาวได้แชมป์ลาลีกา ในที่สุด นอกจากนั้น ในเกมนัดชิงบอลถ้วยอย่าง โคปา เดล เรย์ของ สเปน เค้าก็ยังเอาชนะแอต มาดริดในนัดชิงด้วยการ ยิงคนเดียว 2 ประตูทำให้ทีมคว้าแชมป์ไปครอง

    นอกจากนั้น เนย์มาร์ ยังทำประตูที่ 3 ในเกมนัดชิงชนะเลิศของบอลยุโรป ในการเจอกับแชมป์อย่างม้าลาย ยูเวนตุส จากอิตาลี ก่อนจะถล่มเอาชนะไปได้ 3-1 ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี และนี่ทำให้ทีมบาร์ซ่าของเนย์มาร์ เป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์ ที่ได้แชมป์ ทริปเปิ้ล 3 รายการของทุกรายการในประเทศเสปน และยังได้แชมป์บอลยูโรเปี้ยน 2 ปีติดกัน ไม่เพียงเท่านั้น เค้าเป็นคนที่ 8 ของนักเตะที่ได้แชมป์ 2 อย่าง คือทั้งแชมป์ใหญ่สุดในยุโรป อย่างยูฟ่าแชมป์เปี้ยน ลีก และแชมป์ใหญ่สุดในอเมริกาใต้อย่าง โคปา ลิเบอร์ต้าโดเรส และเป็นคนเดียวที่ยิงได้ใน 2 รายการนี้ ในนัดชิงอีกด้วย ส่งผลให้เนย์มาร์ ประสบความสำเร็จแบบทั้ง 2 ทวีปอย่างเหลือเชื่อในยุคหลังๆ

    นอกจากนั้นใน ปี 2014-2015 เนย์มาร์ ได้ประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมระดับโลกอีก 2 รายคือ หลุยส์ ซัวเรส กับ ลิโอเนล เมซซี่ สุดอันตรายจนได้รับฉายาว่า MSN เพราะสอดรับประสานงานกับทั้งยิ้งทั้งจ่ายระหว่าง 3 คน จนได้ประตูรวมกันมากถึง 122 ประตู ด้วยความสวยงาม และเซนส์บอลที่ทันกัน ทำให้ยากต่อคู่แข่งที่จะหยุด 3 แผงหน้านี้ได้ แต่ทว่าทั้งหมดนี้ ยังไม่ใช่ที่สุดของชีวิตการเป็นนักเตะของเนย์มาร์ เพราะว่าในปี 2017 บาร์เซโลน่า ประกาศว่า เนย์มาร์ จะย้ายไปเข้าร่วมทีมใหม่จากฝรั่งเศษอย่าง ปารีส แซง แชกแมง ด้วยราคาทำลายสถิติโลก ถึง 222 ล้านยูโร ที่ได้กลายมาเป็นค่าตัวนักเตะที่แพงที่สุดในโลกจนทุกวันนี้นั่นเอง

    เนย์มาร์ถูกซื้อตัวไปด้วยจำนวนเงินที่ถูกตั้งไว้ตามค่าฉีกสัญญาของเค้าที่กำหนดไว้ในสัญญาด้วย ซึ่งมีเหตุวุ่นวายและสับสนเกี่ยวข้องกับการย้ายทีมครั้งนี้อันเกิดจากความไม่ชัดเจนของกฎการใช้ค่าฉีกสัญญาตามมาด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เนย์มาร์ ก็ได้เปิดตัวกับทีมใหม่ในที่สุด ด้วยสัญญายาวไปจนถึงปี 2022 แถมยังได้ใส่เสื้อหมายเลข 10 ที่เอามาจากเจ้าของเดิมคือ ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ เป็นของขวัญจากสโมสรปารีส

    แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นี้ เพราะว่า ในเดือน สิงหาคม บาร์ซ่าที่ไม่พอใจเท่าไรกับการย้ายทีมครั้งนี้ ได้ยื่นฟ้องเนย์มาร์ เองกรณีที่ต้องคืนเงินค่าโบนัสการต่อสัญญา รวมทั้งค่าเสียหายอีก 8.5 ล้านยูโรที่เป็นเงินเพิ่มเติมหลังสัญญาเก่าทำไว้ ตอนที่มีการต่อสัญญากันในปี 2016 แต่อย่างไรก็ตามเนย์มาร์ก็ต้องการสู้คดีต่อไปด้วยอย่างไม่จบง่ายๆในอนาคต แต่สำหรับในสนามแล้ว เนย์มาร์ ก็ไม่ได้รอเวลานานอย่างใด เค้าทำผลงานลงสนามเปิดตัวทันทีในเกมที่เจอกับ แก็งกอง และเป็นไปตามคาด เค้าทำประตูได้ทันที และยังจ่ายให้เพื่อนอีกลูกนึงทันที ทำให้ปารีสชนะไป 3-0 และยังทำประตูต่อเนื่องในการแข่งขัน ในลีก เอิง อย่างที่ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวในประเทศใหม่ ลีกใหม่แต่อย่างใด เค้ายังเป็นที่ตื่นเต้นของแฟนบอลทั้งปารีส และเสื้อเบอร์ 10 ของเค้าก็ขายดีมากๆด้วย แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ ในปี 2017-2018 เนย์มาร์ ได้ลงเล่นประสานงานกับ อีก 2 สตาร์ดังคับฟ้าอย่าง ฮีโร่เจ้าถิ่นเดิมอย่าง กองหน้าชาวอุรุกวัย เอดิสัน คาวานี่ แลตามด้วยอีกหนึ่งสตาร์วัยรุ่น ที่เพิ่งจะย้ายมาๆไล่เลี่ยกัน จากทีมโมนาโก ด้วยค่าตัวแพงระยับ คือ คิเลียน เอ็มปับเป้ ทำให้ทั้ง 3 คน ประสานงานกันสร้างแนวรุกสุดอันตรายอย่าง 3 ประสานสมัยบาร์เซโลน่าที่เค้าเคยอยู่ได้เลย และทั้ง 3 คนก็พากันสร้างความหวาดกลัวให้กับกองหลังของทีมต่างๆในลีกเอิงมาตลอด

    วิเคราะห์การเล่นเนย์มาร์ ปกติแล้วจะเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวหลัก ไม่ก็กองหน้าตัวรอง หรือหมายเลข 2 แต่บางครั้งก็เล่นเป็นปีกในระบบกองหน้า 3 ตัวด้วย เช่นเดียวกับ การรับบทจอมทัพ อย่างมิดฟิลด์ตัวรุก หมายเลข 10 ไม่ว่าตำแหน่งไหนก็ตาม เค้าก็เล่นได้อย่าง น่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะการเล่นเป็นกองหน้า หรือ ปีกด้านซ้ายของระบบ 4-3-3 ที่เราเห็นบ่อยที่สุดเมื่อเค้าเล่นทั้งในทีมบาร์เซโลน่า กับ ปารีส ณ ปัจจุบัน เพราะว่าในตำแหน่งนี้ เค้าสามารถทำเกมได้ โดยการใช้ทักษะที่ครบเครื่องของตัวเอง รวมทั้งใช้ความเร็วกระชากเพื่อเปิดบอลสร้างโอกาสให้เพื่อน ไม่ก็ตัดเข้ามายิงด้วยเท้าขวาข้างถนัดได้บ่อย เนย์มาร์เองมีจุดเด่นอีกอย่าง คือ การโชว์ทริคมากมายที่ เต็มด้วยลีลาในสนาม เช่น การใช้เท้าเลี้ยงบอลอย่างสวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ คล้ายๆกันกับรุ่นพี่อย่าง โรนัลดิญโญ่ เคยเป็นด้วย นอกจากนั้น อาวุธหลักอื่นของเนย์มาร์ คือ ความคิดสร้างสรรค์ ในการใช้วิสัยทัศน์ ในการทำเกมหลากหลายรูปแบบ จนการเล่นของเค้าได้รับการบรรยายว่า เต็มไปด้วยความไม่หยุดนิ่ง หรือ มันส์นั่นเอง ถึงแม้ว่า เนย์มาร์ จะถนัดเท้าขวา แต่การใช้เท้าซ้ายของเค้าก็ทำประตูได้มากมายอย่างไม่ต้องอายเลยเช่นกัน การปิดสกอร์ของเค้าทั้ง 2 เท้า และลูกโหม่วงทำได้ดีพอๆกันหมด ดังเห็นได้จากสถิติของเค้าตามตัวเลขต่างๆ แต่สิ่งที่ทำให้แฟนบอลจดจำเค้าได้มากด้วยคือ การยิงฟรีคิ้กสวยๆ อย่างงต่อเนื่องจากระยะต่างๆในสนาม และการรับการยิงลูกโทษบ่อยๆ เนย์มาร์ เคยพูดถึงทักษะของตัวเองด้วยว่า ผมพยายามจะทำทุกอย่างให้เพอร์เฟคอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น การเลี้ยง การยิง การโหม่ง และการควบคุมบอล เพราะว่าเราทุกคนสามารถพัฒนาได้เรื่อยตลอดเวลา ที่จริงบางคนเช่น รุ่นพี่ทีมชาติบราซิลหลายคน ออกมายกย่อง เนย์มาร์ ว่า อนาคตเค้าจะกลายเป็นหมายเลข 1 ของโลกแน่ๆ แม้ว่าตอนนี้อาจจะมีเมซซี่ขวางทางอยู่

    และบางจังหวะการเล่นของเค้านั้น มีเพียงเค้าคนเดียวที่เคยทำให้เห็นในสนาม และด้วอายุที่ยังน้อย เค้าต้องพยายามต่อๆไป โดยเฉพาะการลบจุดอ่อนตัวเองในด้านการพุ่งล้ม มีคนแนะนำเค้าว่าควรมีทัศนะคติที่ดีกว่านี้ในด้านน้ำใจนักกีฬา เวลาโดนปะทะหรือทำฟาวล์นั่นเอง อย่างไรก็ตาม คงต้องพูดถึงทักษะหมายเลขหนึ่งของ เนย์มาร์ เป็นพิเศษ เพราะว่าเค้าสามารถใช้เท้าเลี้ยงบอลได้เร็วและหลบหลีกกองหลังได้บริเวณ ปีก 2 ข้างของเขตโทษเป็นพิเศษ ด้วยจำนวนครั้งเอาชนะกองหลังจากการเลี้ยงได้มากถึง 186 ครั้งในซีซั่นเดียว และอีกอย่างคือ ผลลัพท์ที่ได้จากการเล่น จับต้องได้เสมอ กล่าวคือ ไม่ใช่เพียงแค่โชว์อย่างเดียว แต่สามารถสร้างโอกาสได้จริงๆด้วย เช่น เค้าสร้างโอกาสจ่ายประตูสำเร็จ 11 ลูกในปีหนึ่ง แต่ถ้าจะนับโอกาสที่สร้าง แต่ไม่ได้ประตูเพราะว่า ซัวเรสยิงไม่เข้าบ้าง ก็นับเป็น 89 ครั้งในลีกเลยที่ถือว่าเยอะมาก

    ในด้านการเปรียบเทียบฝีเท้า เปเล่ คือ คนที่ถูกนำมาเทียบกับ เนย์มาร์ มากที่สุด เหตุผลหนึ่งก็เพราะว่า ทั้งคู่มาจากทีมซานโตสเหมือนๆกัน และเค้ายัง เปเล่เป็นแบบอย่างตั้งแต่เล็กๆเวลาให้สัมภาษณ์ด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากที่เค้าย้ายมาเล่นกับบาร์ซ่า นักข่าวต่างพากัน เปรียบเทียบเค้ากับเมซซี่มากกว่า โดยหลายคนเช่นเปเล่ มองว่า ตอนนี้เมซซี่ดูเป็นนักเตะทีดีกว่าแน่นอน แต่ว่าประสบการณ์เป็นสิ่งทีเนย์มาร์แพ้ และยังต้องการเวลาเก็บเกี่ยวในอนาคต ทางด้านเจ้าตัวเอง เนย์มาร์ ก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เค้าเองเป็นแฟนตัวยงของเมซซี่ และอยากสนับสนุนเมซซี่ให้ทำประตูได้เยอะ เพื่อเค้าจะได้เลียนแบบได้ ดังนั้น แล้ว

    เกร็ดความรู้ Super Star เนย์มาร์ กล่าวได้ว่าเป็นนักเตะระดับโลก ที่ไม่ใช่ว่าทุกคนชอบนัก ต่างกับดาราคนอื่นที่ความเห็นมักจะเป็นไปในทางเดียวกันหมดคือ ทุกคนชอบนั่นเอง นี่ก็เพราะว่า มาดของเค้าที่ดูหยิ่งยโส ไม่ให้ความเคารพคนอื่นแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไป และการกลายเป็นนักเตะที่แพงที่สุดในโลกก็ไม่ได้ช่วยเลยในเรื่องนี้ นี่ยังไม่รับรวมถึง กรณีที่เนย์มาร์ เคยก่อคดีที่เสียชื่อหลายครั้ง เช่นการเจตนาพุ่งล้มเอาจุดโทษ หรือแสดงละครตบตาบ่อยๆ และยังไม่เคารพ นับถือเพื่อนร่วมทีม โค้ช และ นักเตะวัยที่ต่างๆกันมากมาย แต่เมื่อดูจากคำกล่าวของเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเค้า คือ กาเบรียล เฆซุส ที่เล่นกับแมน ซิตี้ ตอนนี้ ซึ่งทั้งคู่เคยเล่นด้วยกันในทีมบราซิล การแข่งขันโอลิมปิคส์ปี 2016 ที่พวกเค้าได้เหรียญนั้น เฆซุสกล่าวว่า ที่จริงแล้ว เนย์มาร์นั้น เป็นเพื่อนที่ดีกับทุกคนมากๆ ผมยังจำได้ว่าทีมเรากดดันมากเพราะว่าทีมบราซิลชุดใหญ่ล้มเหลวมาในบอลโลกก่อนหน้านี้ แต่เราก็ได้เนย์มาร์ เป็นคนคอยพูดให้กำลังใจเราทุกคนอย่างดีเสมอ และยังคอยเป็นเพื่อนเป็นกันเองกับเราทุกคนด้วย

    เราเล่นกันไม่ดีใน 2 เกมแรก แล้วคำว่าคำวิจารณ์ก็เริ่มเข้ามา และเนย์มาร์เป็นคนแสดงให้เห็นว่าจะรับมือกันอย่างไร และพวกเราก็เลียนแบบอย่างที่ดีจาก เนย์มาร์ ที่จริงเราแต่ละคนต้องมารู้จักเค้าเองอย่างแท้จริง ถึงจะอธิบายได้ว่าเนย์มาร์เป็นคนดีแค่ไหน เค้าไม่เหมือนสตาร์คนอื่นที่เวลาอยู่ต่อหน้าแฟนบอลแบบนึง แต่อยู่ในห้องแต่งตัวกับทีมกลายเป็นอีกแบบหนึ่ง เค้าทำตัวเหมือนเดิมจริงใจตลอด ไม่มีสวมหน้ากาก และในการคว้าเหรียญทองนี้ เนย์มาร์ นี่แหละเป็นคนช่วยให้บราซิลรวมใจกันไม่สนเสียงวิจารณ์ต่างๆ จนได้แชมป์ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เนย์มาร์เป็นแบบนี้อาจเพราะว่าความเป็นคนมีศาสนา และนับถือคริสต์เป็นคริสเตียนแท้ๆ 100เปอร์เซ็นก็ว่าได้ทำให้เค้ามีจิตใจอ่อนโยน และให้ความเชื่อศรัทธาที่มีต่อพระเยซูคริสต์เป็นเครื่องนำทางเค้า โดยบอกว่า ผมเป็นคน 100% Jesus ดังนั้น แต่ละปี เนย์มาร์ บริจาคเงินจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และ ทำการกุศลอย่างไม่ขาดด้วยจิตใจเมตตาอารีนั่นเอง

    วันเดือนปีเกิด : 5 กุมภาพันธ์ 1992

    สโมสรปัจจุบัน (2017-2018) : PSG

    Neymar

    Tags : ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Search