เฟรดริก ลุงเบิร์ก (Fredrik Ljungberg)

    23/04/2018 FIFA55DAY

    Freddie Ljungberg

    “คาร์ล เฟรดริก ลุงเบิร์ก” เป็นนักเตะหนึ่งในระดับตำนานของสโมสรปืนใหญ่ อาร์เซน่อล หนึ่งในขุนพลหลักที่ช่วยให้ทีมปืนโตคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งสำคัญที่เรียกว่า “ชุดไร้พ่าย” หรือการได้แชมป์แบบที่ไม่แพ้เลยแม้แต่เกมเดียวตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งยังไม่เคยมีทีมไหนทำซ้ำได้อีกเลย เรื่องราวของนักเตะตำแหน่งปีกชาวสวีเดนคนนี้มักจะถูกมองข้ามอย่างน่าเสียดาย และก็เป็นเช่นนั้นตั้งแต่วันแรกที่เค้าย้ายมาเล่นในอังกฤษขณะที่ยังไม่มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรเลยเช่นกัน

    ลุงเบิร์กเกิดที่เมืองเล็กๆของประเทศสวีเดน คุณพ่อเป็นวิศวกรรมโยธาในวงการก่อสร้างและที่ปรึกษาธุรกิจ หลังจากที่มีลูกได้ไม่นานทั้งพ่อแม่ของเค้าได้ย้ายไปอยู่ในเมืองที่ใหญ่ขึ้นอย่างแฮมสตัด และตอนนั้นลุงเบิร์กก็อายุเพียงแค่ 5 ขวบเท่านั้นเอง ทำให้เด็กน้อยคนนี้ต้องเถียงกับพ่อแม่อย่างหนักเพราะว่าไม่อยากจะต้องย้ายมาอาศัยอยู่ในบ้านเมืองที่ใหม่ไม่คุ้นเคยตามประสาเด็ก แต่พ่อแม่ของเค้าก็ไม่ยอมเลย ส่งตัวให้ไปเล่นบอลกับสโมสรท้องถิ่น อย่าง แฮมสตัด บีเค ซะเลย และก็เป็นที่สโมสรเล็กๆแห่งนี้เอง ที่ลุงเบิร์กได้เล่นให้กับทีมชุดเด็กเยาวชน ใต้การคุมทีมของโค้ช โอลเล่ เอริกสัน เป็นโค้ชผู้มีพระคุณที่ฝึกสอนเค้าตั้งแต่อายุ 5-14 ปี สิ่งที่โค้ชโอลเล่พูดเกี่ยวกับลุงเบิร์กก็คือเค้าเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์มากในหมู่รุ่นเดียวกัน แต่ก็มีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตัวคิดถึงแต่คนอื่น ไม่เห็นแก่ตัว ดังที่โค้ชมักจะสังเกตเห็นบ่อยๆในสนามนั่นคือ ลุงเบิร์กชอบจะผ่านบอลส่งให้เพื่อนที่มีจังหวะดีกว่ายิงประตูได้เป็นประจำ ไม่เคยหวงเลย เป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งสองคนมีความผูกพันต่อกันอย่างมาก และลุงเบิร์กเองก็เคยบอกไว้ด้วยว่าโค้ชโอลเล่เป็นหนึ่งในคนที่มีอิทธิพลต่อการเป็นนักฟุตบอลและอาชีพนักบอลของเค้ามากที่สุด

    อีกบุคคลนึงที่ลุงเบิร์กยอมรับว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเองก็คือ ยอดนักเตะชาวบราซิลอย่าง โซคราเตส เป็นผู้เล่นตลอดกาลในดวงใจของนักเตะที่โด่งดังหลายคนในยุคหลัง นอกจากการเล่นฟุตบอลแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ลุงเบิร์กชอบเล่น คือ ฮ็อคกี้น้ำแข็ง และ แฮนด์บอล เคยติดทีมชาติชุดอายุต่ำกว่า 15 ปีของแฮนด์บอลสวีเดนด้วย แต่ในที่สุดแล้วก็เลือกที่จะเอาดีด้านฟุตบอลด้านเดียว ในขณะเดียวกันลุงเบิร์กก็เป็นเด็กที่เอาดีทางด้านเรียนไม่ได้ทิ้งไปเล่นกีฬาอย่างเดียวเช่นกัน ดังเห็นได้จากที่ตอนเค้าเรียนหนังสือ ได้คะแนนผลการเรียนสูงมากอยู่ที่ 4.11 จากคะแนนเค็ม 5 ของระดับทั้งหมด เค้ายังเลือกที่จะเข้ามหาวิทยาลัยตอนอายุ 18 อย่างจริงจังด้วย โดยลุงเบิร์กเลือกเรียนปริญญาทางด้านไอทีคอมพิวเตอร์ และยังเรียนด้านเครษฐศาสตร์อีก ในที่สุด เค้าก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่พยายามสร้างสมดุลระหว่างการเรียนและการเล่นกีฬาควบคู่ไปด้วยกันในตอนนั้น ทั้งเรื่องตารางเวลาสำหรับทำสิ่งต่างๆและกำลังร่างกายของตัวเองที่ถูกเรียกร้องความทุ่มเทมานะอุตส่าหะจากตัวเค้าเอง จนในที่สุดเมื่อคิดได้แล้ว ก็ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อจะหันมามุ่งแต่เรื่องฟุตบอลอย่างเดียวเท่านั้น

    ในปี 1989 หลังจากที่ลุงเบิร์กได้เริ่มทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยระหว่างอายุ 12 ปี กับสโมสรเยาวชนของ แฮมสตัด บีเค ทางต้นสังกัดจึงต้องการที่จะเลื่อนชั้นตัวเค้าให้ไปเล่นกับชุดอายุ 14 ปี ซึ่งตอนนั้นเป็นนโยบายที่ขัดกับกฎที่วางไว้ของต้นสังกัดแม่อย่าง แฮมสตัด เอฟซี เพราะว่าอายุก้าวกระโดดเกินไป แต่หลังจากนั้นไม่นานลุงเบิร์กก็ได้เข้าร่วมกับทีมจูเนียร์อีกชุด ภายใต้การดูแลของโค้ช โรเบิร์ต นอร์ดสตรอร์ม ซึ่งการกล้าเสี่ยงครั้งนี้กับตัวลุงเบิร์กได้ผลตอนแทนที่คุ้มค่า เพราะว่าหลังจากนั้น 3 ปีต่อมา สามารถแจ้งเกิดกับทีมชุดนี้และได้รับการอนุมัติเห็นว่าฝีเท้าดีพอจะขึ้นไปเล่นกับทีมชุดใหญ่ของแฮมสตัดในที่สุด

    และแล้วในปี 1994 ตุลาคม เป็นเกมแรกที่ลุงเบิร์ก ได้ลงสนามประเดิมสนามฐานะตัวจริงเป็นเกมแรกที่เจอกับ คู่ปรับทีมใหญ่ของลีกสวีเดนอีกทีมเช่นกัน คือ เอไอเค ภายในปีเดียวจนถึงปี 1995 เค้าได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับทีมชุดใหญ่ไปทั้งหมด 31 นัดด้วยกัน ทำประตูแรกกับต้นสังกัดได้อีกด้วย ช่วยให้แฮมสตัดทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องในฐานะปีกตัวจริง เพื่อนร่วมทีมของเค้าก็โชว์ความแกร่งเช่นกัน โดยทุกคนช่วยให้สโมสรตัวเองคว้าแชมป์ สวีดิชคัพ บอลถ้วยประจำลีกสวีเดนไปครองได้ในที่สุด ต่อมาในปี 1997 เป็นปีที่สุดยอดในชีวิตนักเตะอาชีพของ Fredrik Ljungberg มากเข้าไปอีกเมื่อได้ช่วยให้ แฮมสตัด คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของสวีเดนได้สำเร็จ ด้วยการยิงและจ่ายอย่างสม่ำเสมอตลอดปี ถึงแม้ว่าจะเจออาการบาดเจ็บรบกวนบ้าง อยู่เล่นตลอดเวลาทั้งหมด 4 ปีด้วยกัน รวม 139 เกมที่เค้าได้ลงเล่น ยิงไปทั้งหมด 16 ประตู และยังได้แชมป์อื่นๆหลายรายการกับทีม จนทำให้ชื่อของเค้าเริ่มโด่งดัง และเริ่มมีแมวมองสนใจจากหลายทีมในยุโรปที่มีข่าวพัวพันกับตัวเค้าไม่ว่าจะเป็น บาร์เซโลน่า จากเสปน สโมสรเชลซี จากอังกฤษ หรือ จากอิตาลีเช่นปาร์ม่าด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ ทีมไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ของโค้ชชาวเมืองน้ำหอมอย่าง อาแซน เวนเกอร์ ก็จับตาดูลุงเบิร์กอย่างใกล้ชิด

    ยอดตำนานนักเตะ ได้รับการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญในชีวิตกับทางอาร์เซน่อล ของอาร์เซน เวนเกอร์ ที่ชื่นชอบในตัวเค้าอยู่ในขณะนั้น แน่นอนว่าเจ้าตัวตัดสินใจเลือกซบทีมไอ้ปืนใหญ่ด้วยค่าตัวที่ไม่แพงเลยคือ 3 ล้านปอนด์เท่านั้น ในปี 1998 หลังจากทีทีมของเวนเกอร์ได้ส่งแมวมองประจำสโมสรที่มีสายตาแหลมคมเรื่องปั้นนักเตะอย่างมาก เช่น สตีฟ โรวลีย์ ไปซุ่มดูฟอร์มของลุงเบิร์กเป็นเวลาเกือบปีทีเดียว รวมทั้งเกมที่ลุงเบิร์ก เล่นให้กับทีมชาติสวีเดนในการเจอกับทีมชาติอังกฤษ และได้เอาชนะในเกมนั้น จนทำให้ทุกคนประหลาดใจกับผลงานที่ดีมากของสวีเดน รวมทั้งตัวของลุงเบิร์กคนนี้ ซึ่งที่น่าสนใจด้วยคือ เวนเกอร์เองแม้ไม่เคยไปดูลุงเบิร์กเล่นเองกับตาเลยสักเกมเดียว แต่นั่งดูทีวีถ่ายทอดสดเกมนี้อยู่ด้วย ได้อนุมัติให้สโมสรเซ็นสัญญากับลุงเบิร์ก ทันที ซึ่งนับว่าเป็นการดำเนินการที่แปลกต่างจากวิธีของเวนเกอร์โดยแท้ เพราะปกติยอดกุนซือหน้าเหี่ยวมักจะดูฟอร์มนักเตะใหม่อย่างใกล้ชิดด้วยตัวเองหลายรูปแบบนับสิบๆเกมด้วยซ้ำ นี่จึงนับว่าเป็นการเซ็นนักเตะที่พิเศษอย่างแท้จริง และลุงเบิร์กก็เป็นนักบอลที่น่าจะปั้นยากยากด้วย โดยเฉพาะการทำผลงานที่ปีกสวีเดนคนหนึ่งจะเอาชนะนักเตะในทีมชาติอังกฤษได้ แสดงว่าเค้าจะมั่นใจได้ว่าเมื่อลุงเบิร์กย้ายมาเล่นในลีกอังกฤษแล้ว จะทำผลงานชนะนักเตะหลายๆแบบของเมืองผู้ดีได้แน่นอน

    เขาทำผลงานในชุดปืนโตสโมสรใหม่ได้อย่างไร้ที่ติ แม้ว่าวันแรกที่สนามซ้อมของปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เมื่อเดินทางมาถึงในเดือน กันยายน 1998 แทบจะไม่มีใครในทีมรู้จักลุงเบิร์กมาก่อนเลย แต่ก็ยังไม่มีคนสงสัยมาก เพราะในยุคนั้นเป็นเรื่องปกติที่เวงเกอร์จะโผล่มาพร้อมเพชรเม็ดงามที่ยังไม่ได้เจียระไนเช่นนักเตะโนเนมหลายคนบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนที่ทีมชุดนั้น มีนักเตะตัวจริงอยู่แล้วที่เพิ่งจะผ่านการเจียระไน และย้ายมาแบบไม่มีชื่อเสียงแต่เริ่มโด่งดัง แล้ว ทั้ง เอมมานูเอล เปอตี หรือ นิโคลาส์ อาเนลก้า และ ปาทริค วิเอร่า ทีมชาติฝรั่งเศสทั้งหลาย หลายๆคนจึงเชื่อว่จะเป็นแบบนั้นเช่นกันกับเฟรดริก

    แน่นอนว่า เขาไม่ได้ทำให้ทั้งโค้ชและเพื่อนร่วมทีมผิดหวังเลย โดยเฉพาะแฟนๆที่ใช้เวลาไม่นานก็ชื่นชอบในตัวลุงเบิร์กทันที ด้วยการเล่นที่ยอดเยี่ยมและทุ่มเทในทุกเกมของเค้า หลังจากที่ได้ลงสนามเปิดตัวในเกมแรก ในนัดเจอกับผีแดงและเอาชนะคู่อริไปได้ ในฐานะตัวสำรอง 3-0 ด้วยกัน ที่สำคัญคือ เค้าเข้ามาเล่นในระบบที่เวนเกอร์เพิ่งจะเริ่มวางให้กับทีมด้วยชุดผู้เล่นที่ดีมาก ตั้งแต่ๆ นายทวารไปจนถึงกองหน้าระดังพระกาฬเช่น เดนนิส เบิร์กแคมป์ ยึดตำแหน่งปีกขวาหรือซ้ายของทีมหลังจากที่ มาร์ก โอเวอร์มาร์ ย้ายออกไป ในที่สุด สามารถช่วยให้ปืนโตเป็นดับเบิลแชมป์ในปี 2001-2002 ด้วยถ้วยพรีเมียร์ลีก กับ เอฟเอคัพ นับเป็นปีที่วิเศษมากที่สุดในชีวิตนักเตะของเค้า ยิงไปทุกรายการ 17 ประตูจาก 39 เกม ซึ่งส่วนมากนั้น เป็นประตูสำคัญในแต่ละเกมทุกครั้ง และยังเป็นประตูเปลี่ยนเกมที่มีผลต่อแพ้ชนะโดยตรงเลยทีเดียว เช่น ในเกม เอฟเอ คัพ นัดชิงกับ ทีมเชลซีนั้น เค้ายิงประตูจากนอกเขตโทษแบบเหลือเชื่อ และสวยสุดๆด้วยการปั่นเข้ามุมเป้ะๆที่แฟนบอลจดจำมาก เป็นตอกฝาโลงคู่แข่งไปด้วย นอกจากนั้น ในลีก ลุงเบิร์ก ได้ชื่อว่าเป็นขาประจำในการยิงใส่ทีมใหญ่ๆอย่างมาก โดยเฉพาะ แมนยู ลิเวอร์พูล เป็นต้น จนทำให้ได้รางวัลนักเตะแห่งฤดูกาลในซีซั่นที่ได้ดับเบิ้ลแชมป์นับเป็นเกียรติอันสูงสุดในชีวิตของเขา

    รวมทั้งหมดเขาได้แชมป์เอฟเอคัพรวมกับการเล่นกับไอ้ปืนโตทั้งหมดถึง 3 สมัยด้วยกัน รวมทั้งยังเป็นนักเตะคนเดียวคนแรกที่สามารถยิงประตูได้ในเกมนัดชิง เอฟเอคัพ ถึง 2 ปีติดกันในรอบ 40 ปีอีกด้วย ที่พิเศษคือเค้ายังเป็นหนึ่งในขุนพลชุดยอดเยี่ยมไร้เทียมทานที่ไม่เคยแพ้ใครตลอดถึงฤดูกาลยาวนานถึง 49 เกม ถึงแม้ว่าจะต้องเจอกับอาการบาดเจ็บหลายอย่างรบกวนการเล่นตลอดปีที่อยู่กับปืนโต ไม่ว่าจะเป็น อาการเจ็บเข่าเรื้อรัง การติดเชื้อจากรอยสัก หรือว่าเป็นไมเกรน และยังมีบางช่วงที่เจ็บยาวนานจนแทบไม่ได้เล่นด้วยในช่วงปี 2007-2009 อย่างไรก็ตามลุงเบิร์ก ก็ยังสามารถประสบความสำเร็จบนสนามเมื่อได้ลงสนาม และไม่ค่อยทำให้แฟนบอลผิดหวังเสมอด้วยความทุ่มเทเกินร้อย ความรักในตัวเขาที่ได้จากแฟนบอลเห็นได้จากการที่ แฟนๆโหวตให้ลุงเบิร์กเป็นนักเตะที่ดีที่สุดติดอันดับ 11 ในท็อป 50 คนของสตาร์ดังตลอดกาลของทีมอย่างอาร์เซนอล และโค้ชอย่างเวนเกอร์ยังเคยกล่าวคำพูดยกย่องเค้าอย่างสูงว่า ลุงเบิร์กทำผลงานที่โดดเด่นมากจริงๆให้กับสโมสรของเรา เค้าคือผู้ชนะและทุ่มเทเต็มร้อยเสมอยามเล่นกับเรา เค้าเล่นได้อย่างฉลาด ประสานงานกับคนอื่นได้อย่างเหลือเชื่อเสมอ ด้วยสปิริตนักสู้ของเขา หลังจากที่เค้าใช้เวลา 9 ปีอยู่กับอาร์เซนอลนั้น ก็ได้ย้ายไปอยู่กับทีมสโมสรต่อไปเมื่อเริ่มแก่ตัวลง คือ เวสต์แฮม ในปี 2007 ด้วยสัญญา 4 ปีด้วยกัน

    นอกจากนั้น ในทีมชาติสวีเดนนั้น ลุงเบิร์ก ติดทีมชาติมากถึง 75 นัดด้วยกันตลอดอาชีพ ยิงให้ทีมชาติไปได้ทั้งหมด 14 ลูก ได้เป็นกัปตันทันทีด้วยเมื่อเปิดตัวเกมแรก ที่แพ้ให้กับเกมเรือใบสีฟ้าไป 2-0 แบบไม่น่าประทับใจเท่าไร แถมใช้เวลามากถึง 7 เดือนกว่าเค้าจะยิงลูกแรกให้กับทีมได้ และยังเล่นบ้างหยุดบ้าง จนทำให้ไม่มีโอกาสได้แสดงผลงานดีเหมือนสมัยเล่นกับอาร์เซน่อล ในที่สุดก็บาดเจ็บยาวหลังซี่โครงหักจนต้องยอมยกเลิกสัญญากับสโมสรด้วยความเห็นตกลงกันภายหลังผ่านไปได้แค่ปีเดียวอย่างน่าเสียดาย หลังจากนั้นเค้าก็เล่นกับทีมเซลติกและสโมสรในเมเจอร์ลีกก่อนจะแขวนสตั๊ดถาวร นอกจากนั้น กับทีมชาติ เขายิงไปทั้งหมด 14 ประตูด้วยกัน ถือเป็นตัวหลักของทีมเสมอตั้งแต่ก่อนย้ายไปเล่นกับปืนโตและยังเข้าร่วมการแข่งขันทัวร์นาเม้นใหญ่ๆกับทีมมากมาย เช่น ฟุตบอลโลก ปี 1998 / 2002 / 2006 และยูโร 2004 /2008 อันโด่งดังเสมอ

    แต่ก็น่าเสียดายสำหรับตำนานปืนรายนี้ ที่ในการแข่งขันสำคัญเหล่านี้ระยะหลังๆ อาการบาดเจ็บมากมายของเค้า ส่งผลทำให้ไม่สามารถลงเล่นได้อย่างเต็มที่มากเท่าไหร่ ต้องนั่งข้างสนามเพื่อลุ้นเพื่อนบ่อยครั้งให้เข้ารอบต่อไป แต่เค้าก็ยังได้รับความเชื่อใจเสมอจนในช่วงหลังบอลโลกปี 2006 ได้รับแต่งตั้งให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมทีมสวีเดนเป็นครั้งแรก และในปี 2008 เค้าก็ประกาศอำลาทีมชาติหลังเล่นมามากกว่าสิบปีในที่สุด เพื่อให้นักเตะรุ่นใหม่ได้ก้าวเข้ามาทำหน้าที่ต่อไป

    ด้านแทคติกการเล่นบนสนามนั้น ลุงเบิร์กเล่นในตำแหน่งปีกได้ทั้งทางซ้ายและขวา เตะได้ทั้งขา 2 ข้าง มีสปีดที่ออกตัวได้เร็วมากแม้ว่าไม่ใช่แนวปีกชอบกระชากหรือใช้ความเร็วเอาชนะกองหลังเพื่อเปิดบอล แต่มักจะชอบวิ่งสอดเข้ามาจากแถวสองแนวลึกเข้ามาในเขตโทษเพื่อทำประตูมากกว่า สามารถเล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำและกองหน้าตัวที่สองด้วยในบางครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้เขาได้ใจแฟนบอลมากที่สุดคือ การวิ่งไล่บอลแบบดุดัน เอาเป็นเอาตายกลางสนามไปจนถึงฝั่งตรงข้าม เพราะตั้งแต่เค้าย้ายมาใหม่แฟนๆก็เตะตาที่เห็นเค้าเอาจริงเอาจังในสนาม โดยเฉพาะเมื่อต้องไล่บอลในเกมรับเสมอ ในทุกๆเกมดุจดั่งคนคลั่ง ไล่พัวพันคู่แข่งพยายามเอาบอลมาให้ได้ตลอด

    ส่วนในเกมรุกนั้น ภาพที่คุ้นชินตาอย่างมากคือ ลุงเบิร์กที่มีผมทรงโมฮอว์กสีแดงพุ่งไปในเขตโทษแบบคามิคาเซ่ด้วยความเร็ว จากแดนตัวเองไปจนพาตัวเองเข้าไปในเขตโทษเพื่อเข้าฮอร์ส หรือแปรบอลเข้าประตูเหมือนกองหน้าบ่อยๆ นอกจากนั้นยังครองบอลได้อย่างนิ่งมีทักษะที่ดี แม้ว่าไม่ได้เล่นบอลสวยงามเทพมากแบบพวกเมซซี่ หรือ โรนัลโด้ เอาเข้าจริงเค้าออกจะดูเก้งก้างไม่เนียนตา แต่ว่าที่สำคัญคือการยิงประตู เฟรดริก ลุงเบิร์ก ยิงประตูได้คมมาก มีเทคนิคการยิงประตูทุกแบบ ทั้งแปร จิ้ม ยกบอล ปั่นบอล ด้วยความเยือกเย็นและนิ่งพร้อมแม่นมากๆ ที่เค้าชอบมากที่สุดคือการมีคนผ่านบอลมาจากด้านข้างแบบเลียดหรือลอยที่ปืนโตชอบสวนกลับกัน จะมีลุงเบิร์กนี่แหละที่อยู่ตอนจบของการประสานงานบ่อยๆ เช่นผู้เปิดบอลเป็น อองรี หรือ เบิร์กแคมป์ ไม่ก็ปิแรส เขายังค่อนข้างเก็บบอลดี แม้อาจจะไม่ได้มีข้อเท้าเลี้ยงบอลที่คล่องและเร็วแบบจอมลีลาคนอื่น แต่มักจะบังบอลพร้อมเลี้ยงบอลติดตัวด้วยขาที่โก่งอย่างมีประสิทธิภาพ เก็บบอลได้อย่างปลอดภัย การแตะบอลจังหวะเดียว ทำชิ่ง หรือ การออกบอลตอนจ่าย ค่อนข้างแม่นยำ สวนทางกับการเคลื่อนที่แบบแปลกๆของเจ้าตัว

    ที่สำคัญคือ ลุงเบิร์กมีทักษะบางอย่างที่อธิบายยากที่ทำให้คู่แข่งตามไม่ทัน หรือเดาไม่ถูกจนต้องยืนขาตายหลายครั้ง ซึ่งเมื่อผสมผสานกับเพื่อนร่วมทีมที่มีพรสวรรค์มากกว่า ก็เหมือนกับลุงเบิร์กกลายเป็นช่วยหลอก กองหลังที่ประมาทเค้าก็จะต้องจ่ายด้วยการถูกลงโทษจากลุงเบิร์กแน่นอน เค้ากะเวลาการวิ่งการยิงและการตัดสินใจได้อย่างฉลาดมากๆ กว่าคู่แข่งรู้ตัวอีกที ลุงเบิร์กก็โผล่มาข้างหลังและยิงไปอีกลูกแล้ว ในตอนแรกที่มาอังกฤษการเล่นกับปืนโตส่งผลกับการพัฒนาอย่างมาก ที่สวีเดนนั้นเค้ามักจะมีเวลาให้คิดให้เล่นนาน แต่มาที่นี่เวนเกอร์สั่งให้ทุกคนเล่นแค่จังหวะเดียวที่ไม่คุ้นเลยตอนแรก แต่ก็ทำได้ในที่สุด อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ มีการประสานงานกับอองรี เบิร์กแคมป์ และปิแรส เหมือนกับมีพลังจิต จนอาจพูดได้ว่าเค้าจะเล่นได้ดีที่สุดก็เฉพาะเล่นกับ 3 คนนี้ในชีวิตนักเตะก็ว่าได้ เพราะพลังจิตที่ว่าคือมองตารู้ใจและไม่ต้องส่งสัญญาณก็จะรู้กันว่าส่งบอลไปทางไหน ทั้ง 3 คนก็จะส่งบอลไปให้เค้าถูกที่ถูกเวลาเสมอ สุดท้ายแล้วสไตล์การเล่นอีกอย่างที่ดีที่สุดของลุงเบิร์กคือการเล่นบอลด้วยรอยยิ้มเสมอ ไม่ใช่นักเตะหน้าบูดง่าย

    ยอดปีกแห่งปืนโต นอกสนามนั้นยังเป็นที่โด่งดังไม่แพ้ในสนามฟุตบอลด้วย เขาเป็นนายแบบกางเกงในผู้ชายให้กับแบรนด์ดังอย่าง คาลวิน ไคลน์ เจ้าของแบรนด์ดังนี้เลือกเขาให้เป็นนายแบบด้วยรูปร่างและหน้าตาที่ดูดีมีความแมน ที่จริงลุงเบิร์ก ได้ชื่อว่าถูกโหวตให้เป็นนักเตะที่เซ็กซี่ที่สุดในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย ทำให้หลังจากนั้น มักจะเห็นรูปของเค้าโชว์หุ่นและใส่กางเกงในยี่ห้อนี้ ถูกโชว์และกระจายไปตามป้ายใหญ่ๆบิลบอร์ดทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แต่ว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นความสำเร็จในชีวิตของเค้าเสมอไป เพราะว่าเวลาลุงเบิร์กไปเที่ยวมักจะมีสาวๆมาห้อมล้อมเค้ามากเกินไปจนรำคาญด้วยซ้ำ และยังแอบมาจับเป้าเค้าแบบล้อเล่นเสมอ ซึ่งเป็นผลพวงของการเป็นนายแบบนั่นเอง ตั้งแต่เค้าเริ่มถ่ายแบบให้กับกางเกงในปี 2003-2007 นั้นหลังจากนั้นก็มีชีวิตเหมือนฝันร้ายเลยเวลาไปเที่ยวผับ สาเหตุเพราะเขาแต่งงานแล้วด้วยยังไงล่ะ

    วันเดือนปีเกิด : 16 เมษายน ค.ศ.1977

    สโมสรปัจจุบัน : แขวนสตั๊คแล้ว

    เฟรดริก ลุงเบิร์ก ทรงผมโมฮอค

    Tags : ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Search