เลรอย ซาเน่ (Leroy Sané)

    11/04/2018 FIFA55DAY

    Leroy Sané

    หนึ่งในนักเตะที่เป็นดาวดังของพรีเมียร์ลีก Leroy Aziz Sané ผู้ซึ่งมีส่วนทำให้สโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ของเค้ากำลังจะได้แชมป์อีกสมัย ในฤดูกาล 2017-2018 ( เขียนประวัติ ณ ช่วงยังไม่จบฤดูกาล 2017-2018 ) แจ้งเกิดเป็นสตาร์ประจำลีกได้ในปี 2018 ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงผสมผสานกับลีลาการลากเลื่อยที่ไม่เหมือนใคร และเป็นปีกแบบที่ไม่ได้เห็นมานาน ทำให้แฟนบอลทุกคนต่างหลงไหลในตัวเขามาก เลรอย ซาเน่ ในตอนเด็กนั้นเกิดเป็นลูกคนที่ 2 ของ 3 คนในครอบครัวชาวเซเนกัล พ่อแม่ของเค้านั้นส่งต่อยีนที่ดีมากด้านกีฬามาให้แน่นอน พ่อเป็นนักเตะทีมชาติ ส่วนแม่ก็เป็นนักยิมนาสติก นี่ทำให้เลรอยมีความสามารถพรสวรรค์ติดตัวแต่เกิด แต่ยีนก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้ประสบความสำเร็จ พ่อของเขาเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู ได้โดนลูกๆทั้ง 3 คนชวนและลากให้มาเล่นบอลกันบ่อยๆ ด้วยความโปรดปรานและทั้ง 2 พี่น้องได้เล่นและรับการอบรมกับพ่อและแม่ที่เป็นนักกีฬาอาชีพ ซึ่งมีวิธีการจัดระเบียบและให้ความเข้มงวดกับการซ้อมการกินและวินัยของการปฎิบัตตนขั้นสูงทีเดียว ไม่เพียงสภาพร่างกายของนักกีฬาแต่ทว่า มีสภาพจิตใจของการเป็นมืออาชีพ ทักษะขั้นสูง จนโค้ชสังเกตเห็นได้เลยทีเดียวถึงอิทธิพลของพ่อแม่นักเตะรายนี้

    Leroy Sané ได้รับสิ่งที่มีค่าที่นักกีฬาคนอื่นไม่ค่อยได้รับคือสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง แม้ว่าคนอื่นๆอาจจะมีเทคนิค หรือทักษะวิสัยทัศน์ที่ดีกว่า แต่ว่าหากไม่มีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งเหมือนเขาแล้วล่ะก็ แทบจะไม่สามารถแสดงเอาทักษะพวกนี้ออกมาได้เลยในเกมการแข่งขันขั้นสูง เลรอย ซาเน่ ในปีแรกๆนั้นยังเป็นวัยรุ่นอยู่ เค้าไม่ได้มีนิสัยเสียแบบพวกคนหนุ่มที่เล่นกีฬาไปด้วย ไปเที่ยวเตร่และปาร์ตี้ไปด้วย เพราะว่าเค้ามีฟุตบอลเป็นงานอดิเรกที่ทำสิ่งเดียวเท่านั้น เมื่ออายุ 14 ปี ได้เข้าฝึกกับทีมเยาวชนกับทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ สโมสร ชาลเก้ 2 แห่งนี้สลับไปมา และตอนที่ชาลเก้ขอดึงตัวเค้ากลับมานั้น ก็กลายเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดที่เคยทำมาเลย เพชรเม็ดงามเม็ดนี้เพิ่มมูลค่ามหาศาลให้สโมสรในภายหลังนั่นเอง

    ยอดกองกลางตัวรุกรายนี้ อยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้าโค้ช เอลแกร์ต ในตอนนั้นและได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเยาวชนที่ได้แชมป์ของประเทศเยอรมันในปี 2015 ภายใต้โค้ชท่านนี้ที่ได้เพาะบ่มฝึกสอนให้ซาเน่ก้าวกระโดดทางด้านความสามารถ เหมือนๆกันกับนักเตะเยอรมันอีกหลายคนที่ได้รับการเจียระไนภายใต้เค้า จนกลายเป็นตัวหลักของทีมชาติ ไม่ว่าจะเป็น นอยแอร์ โอซิล แดรกซ์เลอร์ แต่กระนั้นโค้ชก็ยังมองว่าเด็กรายนี้มีบางสิ่งที่แตกต่างอย่างแท้จริง เค้าเล่าว่าความเร็วพร้อมการออกตัวแบบระเบิดเถิดเทิงของเค้านั้นเหลือเชื่อมาก เป็นจุดเด่น แม้ว่าในตอนนั้นเค้าจะต้องปรับปรุงบางด้านของการเล่น เช่น การยืนตำแหน่งและการรับรู้รอบตัวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเพราะว่าเค้าพร้อมยอมรับและฟังคำแนะนำอยู่เสมอ

    นิสัยของเขาอาจจะมีความขี้เกียจอยู่บ้างในสนาม แต่เค้าต้องการให้ใครสักคนมาผลักดันและจี้ และเค้าจะฟังแน่นอน เมื่อนั้นแหละที่ เลรอย ซาเน่ จะแสดงฟอร์มออกมาดี หลังจากนั้นก็เป็น โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ที่เข้ามาเป็นผู้ให้โอกาสได้เล่นเต็มเกมคนแรกในบุนเดสลีกาชุดใหญ่ เพราะว่าเค้าเห็นบางอย่างตัวของ เลรอย ซาเน่ เหลือเพียงเวลาที่จะแสดงเต็มที่ในระดับโลก ดิ มัตเตโอ ยังเปิดเผยว่า สำหรับเค้านั้นมองว่า เลรอย ซาเน่ มีพรสวรรค์ที่ดิบ ยังไม่ผ่านการเจียระไน ตอนแรกมีบางช่วงที่คิดว่า เลรอย ซาเน่คิดว่าตัวเองไปถึงจุดที่สูงสุดแล้วและไม่มีอะไรต้องไขว่คว้าอีก ดิ มัตเตโอเลยต้องทำให้ตัวนักเตะเข้าใจว่าแค่เล่นดีเกมเดียว ก็ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้น ไม่ใช่ว่าจบงานแล้ว ก็เลยต้องใช้เวลาหลายเดือนนานพอสมควร กว่าเค้าจะได้เป็นตัวจริงได้ เค้าต้องมีความถ่อนตนกว่านี้และก้มหน้าก้มตาเรียนต่อไป และนั่นก็ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนแท้จริง เริ่มยิงประตูสวยๆให้เห็นทันที

    มี 2 ประตูในช่วงจุดเปลี่ยนของชีวิตที่มองว่าการยิงนั้นเปิดเผยพัฒนาการของเขามาก ลูกแรกก็คือ ประตูที่ยิงใส่ เรอัล มาดริด ในเกมแชมป์เปี้ยนลีกที่เบอนาบิว ลูกปั่นของเค้าสวยงามมาก นี่แสดงให้เห็นว่าการยืนตำแหน่งมาถึงจุดที่ลงตัว พัฒนาไปถึงที่ระดับโลกแล้ว ส่วนอีกประตูคือการลากเดี่ยวไปยิงใส่โวล์ฟบวก ที่แสดงว่าตัวเขาเองเข้าใจแล้วว่าเมื่อไหร่ควรลากเมื่อไหร่ควรกระชากหนีกองหลัง เลรอย ซาเน่ ทำได้ดีกว่านั้นอีกในฤดูกาลถัดมาที่โค้ชคนใหม่ของชาลเก้เข้ามาทำหน้าที่แทน ดิ มัตเตโอ ซึ่งก็คือ ไบรเทนไรต์เนอร์ มาเวลานี้เค้าให้เนื้อที่กับเลรอย ซาเน่ เล่นมากกว่าเดิมบนสนาม เมื่อเล่นให้กับชาลเก้ เวลานี้มีความสำคัญมากที่สุดของเค้า เพราะนั่นทำให้ได้ลงเล่นสม่ำเสมอขึ้น และยังยิงประตูเป็นกอบเป็นกำอีกด้วยจนในที่สุดกลายมาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในทีม แม้แต่โคลาสินัค แบ็คซ้ายของอาร์เซน่อลที่เคยเล่นกับ เลรอย ซาเน่ ตอนอยู่ทีมเดียวกัน บอกว่า “พวกเราเห็นได้ทันทีว่าเด็กคนนี้เร็วมากและมีพรสวรรค์ด้วย เค้าเป็นเด็กดีมากและสนุกสนาน เรา 2 คนจึงสนิทและใช้เวลาด้วยกันบ่อยๆ ผมดีใจมากที่เค้าทำได้ดีตอนนี้กับทีมใหม่”

    ช่วงประสบความสำเร็จ เลรอย ซาเน่ ก้าวเข้าสู่ความท้าทายใหม่แห่งหน้าใหม่ของชีวิตนักเตะระดับโลกเมื่อปี 2016 เมื่อเรือใบสีฟ้าซื้อตัวเค้ามาร่วมด้วยค่าตัวสูงถึง 37 ล้านปอนด์และไม่นับค่าอื่นๆที่ขึ้นได้อีกตามผลการเล่นในสนาม ทำให้อาจจะสูงถึง 46.5 ล้านด้วยซ้ำ ได้ลงสนามอยู่บ้าง จนมายิงประตูแรกเปิดซิงได้ในเกมที่เจอกับอาร์เซน่อลยิงได้อย่างสวยงามหลังจากที่รอมานาน วินาทีนั้นแหละที่แฟนบอลๆในไทยเริ่มรู้จักและได้ยินชื่อ เลรอย ซาเน่ มากขึ้น ทั้งนี้ ยังได้ลงสนามในการแข่งขันอื่นๆอีกด้วย เช่น เอฟเอ คัพ บอลยุโรป หลังจากที่เล่นได้อย่างดีในปี 2017 เค้าก็เป็นหนึ่งในหกนักเตะหนุ่มที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยมของปีประจำลีกอังกฤษด้วย

    สาเหตุที่ตอนแรกที่เจ้าตัวตัดสินใจย้ายมาอยู่กับเรือใบสีฟ้า และตอนต้นฤดูกาลนั้นยังไม่ได้รับโอกาส ถือได้ว่ายังไม่ประสบความสำเร็จก็เพราะว่า โค้ช เปป กวาร์ดิโอล่า มองว่าเค้ายังเล่นได้ไม่คู่ควรจะลงสนามเป็นตัวจริง ณ ตอนนั้น เพราะว่าการออกสตาร์ตที่พรีซีซั่น ไม่ได้แสดงฟอร์มเข้าตาเท่าไหร่ นี่ก็เป็นอีกหลักฐานอีกครั้งว่าซาเน่เป็นนักเตะที่ต้องการการจี้ผลักดัน กว่าจะแสดงฟอร์มได้ สุดท้ายเป็นกวาดิโอล่า นายใหญ่ชาวสเปน ที่ผลักดันเค้าแบบสุดลิ่ม ทั้งช่วยเหลือและคิดวิธีการให้ซาเน่เปลี่ยนแปลงวิธีการเล่น จนทำให้พัฒนาไปมาก และแม้ว่าจะดีขึ้นแล้ว เค้าก็ยังโดนจี้โดนไชอีกหลายๆด้านเพื่อให้เก่งและลบจุดอ่อนเข้าไปอีก โดยการโยนความกดดันให้ซาเน่ ทีละเล็กทีละน้อย เป็นการระลึกในตัวเองว่ายังมีงานอีกเยอะให้ทำ ซาเน่เองก็ชอบด้วยที่โดนแบบนี้ เพราะเค้าสำนึกว่าตัวเองกำลังได้ทำงานกับโค้ชที่ดีที่สุดในโลกยังไงล่ะ

    หลังจากที่เค้าล้มลุกคลุกคลานใน 6 เกมแรกที่ได้ลงสนามกับทีมเรือใบสีฟ้า มีเพียงเกมเดียวที่ช่วยทีมเอาชนะได้ และเมื่อถึงจุดเปลี่ยนในเกมเจอกับปืนโต เป็นไปได้ว่าแผนการเล่นของกวาร์ดิโอล่าเปลี่ยนไปให้ทีมเล่นแบบเพรซซิ่งมากขึ้น นี่จำเป็นต้องใช้นักเตะที่มีความสามารถในการบีบมาก ซึ่งมาเหมาะกับเจ้าตัวพอดี จากสถิติจะเห็นได้ว่า Leroy Sané ติดอันดับบนสุดของนักเตะที่แย่งบอลได้ คือ 6.4 ครั้ง / 90 นาทีหรือเกมนึง นี่เป็นตัวเลขสูงมากทั้งๆที่ไม่ใช่กองหลัง แถมยังยื่นขาเข้าปะทะแย่งบอลบ่อยถึง 2.2 ครั้งต่อเกมแม้ว่าเป็นปีก นอกจากนั้นเราเห็นบ่อยๆ ว่าเค้าแย่งบอลและตัดบอลจากการเล่นพลาดบ่อยๆของกองหลังฝ่ายตรงข้ามได้ ทำให้ได้บอลมาบุกในพื้นที่อันตรายให้กับทีม ดังเช่น ในเกม ชนะ 4-0 เหนือเวสต์แฮมนั้น เค้าตัดเกมบอลจากโอเนียงและเริ่มเกมบุกนั่นเอง นอกจากนั้น จากตัวเลขของพรีเมียร์ลีก เมื่อคิดเฉลี่ย 600 นาทีที่ลงเล่น ซาเน่สปินออกตัวมากถึง 75 ครั้งต่อเกมสูงที่สุดในลีก ยังได้รับคำชมด้วยถึงตอนที่ไม่มีบอล ดุดันมากในการวิ่งไล่แย่งบอล นี่ทำให้โค้ชชอบมากๆ และตอนนี้แม้ว่าเค้าประสบความสำเร็จแล้ว อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ กวาร์ดิโอล่าก็ยังยืนยันว่าซาเน่จะต้องพัฒนาเรื่องการจ่ายและการตัดสินใจอีกอยู่บ้าง แต่ก็เพื่อเค้าจะกลายเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบที่สุด

    แนวทางเล่นของเขา เลรอย ซาเน่ เป็นนักเตะที่ชอบเล่นปีกตามธรรมชาติ และต้องการที่เล่นกว้างๆไม่แออัด นั่นทำให้ตอนที่กวาดิโอล่าเริ่มใช้ ดาวิด ซิลบา และ เดอ บรอยน์ มาเล่นทำเกมตรงกลางมากขึ้น เลรอย ซาเน่ ก็เริ่มโชว์ฟอร์มออกมากขึ้น เพราะว่าเค้ามีโอกาสจะแอบลอบเข้าไปหลังเส้นกองหลังได้บ่อยขึ้นสร้างโอกาสยิงให้ตัวเอง และหลอกล่อกองหลังให้คนอื่นมีที่ว่างได้ยิงด้วย แต่สิ่งที่น่าวิเคราะห์มากกว่าสำหรับปีกคือการผ่านบอลที่เป็นประตูหรือแอสซิสต์นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น การครอสบอลจากด้านข้างของเค้าทำได้ดีมาก สวยงาม เราเห็นได้จากการที่เค้ามีส่วนร่วมมากถึง 17 ประตูของทีมเรือใบสีฟ้าฤดูกาล 2017-2018 และในเกมเจอกับ สโต๊ก ซิตี้ เมื่อมีลูกหนึ่งที่เค้าครอสบอลให้กับ ราฮีม เสตอริ่ง นั้นเห็นได้ชัดว่าบอลโค้งหนีผู้เล่นกองหลังเกือบทั้งหมดได้เลย อีกเกมหนึ่งคือ เกมเจอกับ นิวคาสเซิ่ล แม้ว่าเบนิเตซจะมาด้วยการวางเกมรับแน่นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีถึง 6 คนแพคอยู่ แต่ซาเน่ก็ไม่มีปัญหาในการกระชากหลบทั้ง 6 คนก่อนจะผ่านบอลครอสไปให้กุนยิงนิ่มๆได้ ถ้าเราลองดูดีๆแต่ะละจังหวะก่อนจะถึงตอนครอสบอลตอนจบนั้น จะเห็นว่าน่าสนใจมากๆ

    การเล่นเริ่มจากการเคลื่อนที่แบบไวมากระหว่างกระชากบอลผ่าน 2 คนแรกคือ ไฮเดนและซินเชนโก้ของนิวคาสเซิ่ล เค้าวิ่งด้วยวิถีโค้งเหมือนลูกโบวลิ่งกำลังกลิ้งโค้งๆในลานโยนโบลให้ไหลไปที่ช่องว่าง เค้าแตะบอลไปข้างหน้าและลูกบอลก็เหมือนตามติดขาไปแบบมีเวทมนต์ด้วยการควบคุมที่ดีมาก ขณะที่พวกปีกคนอื่นเหมือนจะแตะและวิ่งตามบอลตัวเองให้ทัน แต่ว่าสำหรับเค้าแล้วเหมือนบอลตามเค้ามากกว่า หลังจากนั้นจังหวะถัดไปที่เค้าผ่านไปเจอนั้น มี เยดลิน และ ลาซเซลล์ เซ็นเตอร์แบ็คยืนรออยู่แล้ว หลายคนคงคิดแทนตอนชมเกมว่า ซาเน่จะทำแบบนักเตะคนอื่นๆมั้ย คือจะตัดเข้าในต่อหรือแปะบอลไปหาเพื่อน ระหว่างสองตัวเลือกนี้ที่น่าจะเป็น

    แต่ขณะที่แฟนบอลยังคิดไม่ทัน แน่นอนสมองของซาเน่ตัดสินใจไปแล้ว และไม่ใช่ทั้งสองทางเลือก แต่เป็นการย่อตัวลงหรือที่เรียกว่าปล่อยหัวไหล่ลงเพื่อให้ศูนย์ถ่วงต่ำลงทั้งตัว เพื่อจะออกวิ่งเปลี่ยนทิศทางระหว่างเลี้ยงทะลวงต่อไป ซึ่งที่จริงแล้วยากมากสำหรับนักเตะที่จะทำแบบนี้ ขนาดที่สปีดออกวิ่งกำลังไวเต็มที่แล้ว ไม่เหมือนตอนออกตัวใหม่ๆ แถมซาเน่ทำแบบนั้นหลังจากเพิ่งผ่านมา 2 คนด้วย นี่ทำให้เหลือเชื่อมากสำหรับการควบคุมร่างกายระหว่างวิ่งวิ่งเร็วๆได้อย่างลื่นไหลทุกทิศทางของเค้าและผ่านไปอีก 2 คนในที่สุด จังหวะต่อไปที่เจ๋งกว่าคือทักษะส่วนตัวที่มีแค่บางคนที่เรียกว่า The pirouette เลรอย ซาเน่ต้องเจอกับดิยาเม่ที่วิ่งมาจากกองกลางเพื่อช่วยอีกคน เป็นตัวที่ 5 แล้ว เค้าเลือกที่จะหมุนตัว เป็นเทคนิคม้วนตัวเพื่อสร้างพื้นที่และเวลาให้มีที่หนีมากขึ้นอย่างงดงาม ซึ่งเมื่อหมุนเพียงจังหวะเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทั้งดิยาเม่และเยดลิน หรือ คีแรน คลาร์ก กับ ดุมเมต์ที่เป็นแผงหลังฝั่งไกลก็โดนหลอกให้เสียจังหวะไปด้วยในการยืนรักษาตำแหน่ง นี่ทำให้ จังหวะสุดท้ายที่เหลืออยู่คือการผ่านบอลโค้งจากด้านข้างให้ลอยไปที่กุนยิงเหน่งๆเพื่อจบสกอร์และจบการเล่นที่สวยงามของซาเน่ในเกมนี้

    เลรอย ซาเน่ นั้นเคยได้รับคำสั่งที่สำคัญจากโค้ชเป๊ปว่า ให้เล่นเหมือนเมซซี่สิ ในทีนี้หมายถึงเล่นแบบ ลิโอเนล เมซซี่ ของบาร์ซ่าที่เป็นตำนาน ซึ่งเป็นคำสั่งที่เหลือเชื่อดูโอเวอร์ตลก แต่กลับทำให้มีผลอย่างมากต่อเค้าหลังจากวันนั้น ตอนนั้นเป็นปี 2016 เมื่อเพิ่งย้ายมาที่ซิตี้ใหม่ๆ และยังเล่นไม่ออกแถมบาดเจ็บด้วย เค้ายอมรับว่าต้องการเวลาปรับตัวกับเพื่อนกับทีมและประเทศ ซึ่งกวาร์ดิโอล่าบอกกับเค้าง่ายๆว่า เล่นให้อิสระไปเลย ให้เหมือนเมซซี่เลยสิ ไม่ได้บอกว่าให้เล่นเหมือนเมซซี่เพราะนั่นเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าให้เล่นให้อิสระ สนุก และทำอะไรที่อยากทำบนสนามเหมือนเมซซี่ต่างหาก และคำแนะนำนี้ได้ผลทันที เพราะว่าเค้าแสดงตัวตนให้อิสระในสนาม และเป็นที่มาของการฉายแสงอย่างที่เห็นทุกวันนี้ในที่สุด

    วันเดือนปีเกิด : 11 มกราคม ค.ศ.1996

    สโมสรสิงห์สถิตปัจจุบัน (ค.ศ.2018) : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    ซาเน่

    Tags : , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Search