เจาะลึกประวัติ แฮร์รี่ เคน ดาวยิงผู้นำทัพสิงโตคำราม

    21/12/2018 newsmod

    เคน

    แฮร์รี่ เอ็ดเวิร์ด เคน (Harry Edward Kane) หรือที่แฟนบอลส่วนใหญ่รู้จักกันดีในนาม แฮร์รี่ เคน เขาเป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษ ลงเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวหลักให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ ทีมชาติอังกฤษ เคน เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 1993 (25 ปี) และมีโอกาสลงสนามให้กับ สเปอร์ส เป็นนัดแรกในเกมส์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2011 ในเกมส์ที่พบกับ ฮาร์ทส์ ก่อนที่เขาจะสามารถยึดตำแหน่งตัวหลักภายในทีมเอาไว้ได้ โดยก่อนหน้านั้นเขาเคยใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสัญญายืมตัวกับ เลย์ตัน โอเรียนท์ สโมสรใน ลีก วัน และทีมใน ลีก แชมเปี้ยนชิพ อย่าง มิลล์วอลล์ และ เลสเตอร์ ซิตี้ รวมถึง นอริช ซิตี้ ระหว่างที่ยังโลดแล่นอยู่ใน พรีเมียร์ลีก เขากลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของ สเปอร์ส ในช่วงระหว่างฤดูกาล 2014-15 และกระหน่ำได้รวมกันถึง 31 ประตู โดยแยกเป็น 21 ประตูในลีก พร้อมกับคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปีนั้นไปครอง เคน สามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2015-16 และ 2016-17 และยังช่วยให้ทีมคว้าโควตาลงแข่งขันใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ทั้ง 2 ปีนั้น

    เคน สามารถคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของ พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 6 ครั้ง และกลายเป็นเจ้าของสถิติร่วมกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด รวมถึงการมีรายชื่ออยู่ในทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลตลอด 4 ปีหลังสุดอีกด้วย ปัจจุบันเขายิงประตูให้ สเปอร์ส ไปแล้วกว่า 100 ลูก ซึ่งรวมถึงกว่า 100 ประตูใน พรีเมียร์ลีก และรั้งอยู่ในอันดับ 6 ของดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร เคน ลงเล่นให้กับทีมสิงโตคำรามมาตั้งแต่ระดับเยาวชน โดยเริ่มจากทีมชุด U-17 มาจนถึง U-19, U-20 และ U-21 ตามลำดับ เขาทำประตูแรกให้กับทีมชาติชุดใหญ่ในนัดเปิดตัวเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2015 และกลายเป็นหนึ่งใน 23 ขุนพลชุดตะลุย ศึกยูโร 2016 จนถึงปี 2017 สำนักข่าวการ์เดี้ยนส์ ก็ได้จัดลำดับให้เขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกอันดับ 5 ดาวยิงเจ้าของส่วนสูง 188 ซม. สามารถคว้ารางวัล โกลเด้น บูท ได้ในทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2018 จากผลงาน 6 ประตูที่ช่วยให้ อังกฤษ ทะลุเข้าไปจนถึงรอบรองชนะเลิศ และยังเป็นนักเตะแดนผู้ดีคนแรกที่คว้ารางวัลดาวซัลโวได้นับตั้งแต่ที่ แกรี่ ลินิเกอร์ เคยทำไว้เมื่อปี 1986

    เส้นทางในระดับสโมสร 

    เคน เริ่มต้นเตะฟุตบอลกับ ริดจ์เวย์ โรเวอร์ส สโมสรระดับท้องถิ่น ก่อนจะย้ายไปเข้าร่วมทีมเยาวชนของ อาร์เซน่อล ในวัย 8 ขวบ และก็ถูกปล่อยตัวออกมาหลังผ่านพ้นไป 1 ปีด้วยเหตุผลที่ว่า “อ้วนเกินไป” และ “ดูไม่ค่อยแข็งแรง” เลียม เบรดี้ อดีตแข้งดังของทีมปืนใหญ่ ที่รับหน้าที่ดูแลทีมเยาวชนอยู่ในขณะนั้น ได้เคยเผยความรู้สึกผิดหวังถึงการตัดสินใจของ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่เลือกปล่อยตัว เจ้าหนูเคน ออกไป หลังจากนั้นเขาก็ไปทดสอบฝีเท้ากับ สเปอร์ส แต่ก็ผิดหวังไปในครั้งแรก จึงได้หวนกลับไปอยู่กับ ริดจ์เวย์ โรเวอร์ส สโมสรเก่าของตนเอง จนกระทั่งปี 2004 เมื่อตอนที่มีอายุได้ 11 ปี ก็ได้รับโอกาสเข้าร่วมทดสอบฝีเท้ากับ วัตฟอร์ด เป็นระยะเวลา 4-6 สัปดาห์ ก่อนจะได้ทดสอบต่อกับ สเปอร์ส เนื่องจากฝ่ายหลังเกิดประทับใจฝีเท้าของ เคน เมื่อตอนที่เล่นให้กับ วัตฟอร์ด ลงเผชิญหน้ากับพวกเขา เดิมที เคน ลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวคุมเกมส์ให้กับ สเปอร์ส ก่อนจะถูกขยับขึ้นไปเป็นกองกลางตัวรุก ในช่วงแรกๆเขาไม่ได้เป็นผู้เล่นที่มีความโดดเด่นแต่อย่างใด ทั้งจากร่างกายที่ยังไม่สูงใหญ่รวมถึงไม่ได้มีความเร็วที่จัดจ้าน แต่สิ่งหนึ่งที่เพื่อนร่วมทีมมักพูดถึงเขาก็คือความกระตือรือร้นที่อยากจะพัฒนาฝีเท้าของตนเอง ในช่วงฤดูกาล 2008-09 เขาลงเล่นให้กับทีมชุด U-16 ในรายการ โคปา ชีวาส ที่ เม็กซิโก และยิงได้ 3 ประตูจากการลงแข่งขันทัวร์นาเมนต์ เบลลินโซน่า ใน สวิตเซอร์แลนด์ จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2009 ทางสโมสรก็ได้มอบสัญญาพร้อมทุนการศึกษาให้กับเขาในวันเกิดครบรอบ 16 ปี

    ฤดูกาล 2009-10 เขาลงเล่นให้กับทีมชุด U-18 ไปรวมกัน 22 เกมส์และทำไปทั้งหมด 18 ประตู เขายังถูกใส่รายชื่อไว้บนม้านั่งสำรองของทีมชุดใหญ่ 2 ครั้ง ซึ่งเป็นเกมส์ ลีก คัพ ที่พบกับ เอฟเวอร์ตัน และเกมส์ เอฟเอ คัพ รอบรีเพลย์ที่พบกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ก่อนจะได้เซ็นสัญญาอาชีพกับสโมสรในเดือนกรกฎาคม 2010 ฤดูกาล 2010-11 ในวันที่ 7 มกราคม 2011 เคน ย้ายไปอยู่กับ เลย์ตัน โอเรียนท์ ทีมใน ลีก วัน ด้วยสัญญายืมตัวไปจนจบฤดูกาลนั้น เขามีโอกาสลงสนามเป็นนัดแรกในวันที่ 15 มกราคม จากการถูกเปลี่ยนลงไปเป็นตัวสำรองของ สกอตต์ แม็คกลีช ในนาทีที่ 73 ก่อนที่เกมส์จะจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 กับ โรชเดล เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในนัดถัดมา พร้อมกับทำประตูแรกของตนเองได้ในนาทีที่ 57 และมีส่วนช่วยให้ทีมถล่ม เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ราบคาบ 4-0 อีกราว 1 เดือนถัดมาเขากลายเป็นซูเปอร์ซับที่ถูกเปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 70 และช่วยยิง 2 ประตูให้ทีมเอาชนะ บริสตอล โรเวอร์ส 4-1 โดยสรุปแล้วเขายิงได้ทั้งหมด 5 ประตูจากการลงสนาม 18 นัด

    ฤดูกาล 2011-12 เคน มีโอกาสประเดิมสนามให้กับ สเปอร์ส จากการลงเล่นครบ 90 นาทีในรายการ ยูโรปา ลีก รอบคัดเลือกเลกสองที่พบกับ ฮาร์ทส์ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2011 จากนัดแรกที่ทีมเก็บสกอร์ตุนไว้แล้ว 5-0 และแม้เขาจะช่วยให้ทีมได้ลูกจุดโทษจากการถูก เจมี่ แม็คโดนัลด์ นายทวารคู่แข่งทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ แต่เขาก็เป็นผู้ที่สังหารจุดโทษไม่เข้าเองก่อนที่เกมส์จะจบลงแบบไร้สกอร์ เขามีโอกาสลงสนามในเกมส์ยุโรปไปทั้งหมด 6 นัด และยิงประตูแรกให้กับทีมได้จากชัยชนะ 0-4 ในการออกไปเยือน แชมร็อค โรเวอร์ส เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ก่อนที่ 2 สัปดาห์ต่อมา เขากับ ไรอัน เมสัน กองกลางเพื่อนร่วมทีมจะตกลงใจย้ายไปร่วมทีม มิลล์วอลล์ ด้วยสัญญายืมตัว ไปจนจบฤดูกาล เคนนี่ แจ็คเก็ต ผจก.ทีม มิลล์วอลล์ เคยพูดถึงศูนย์หน้าดาวรุ่งไว้ว่า “เป็นกำลังเสริมชั้นดี” ของทีมสำหรับการเอาตัวรอดใน ลีก แชมเปี้ยนชิพ ครึ่งฤดูกาลหลัง และแล้วจากผลงาน 9 ประตูใน 27 เกมส์ก็ทำให้ เคน คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปีของสโมสร และจากประตูที่เขาทำได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลานั้นก็ทำให้ได้รับเครดิตว่ามีส่วนช่วยให้ มิลล์วอลล์ ลอยตัวจากการหนีตกชั้นในฤดูกาลนั้น

    ฤดูกาล 2012-13 เคน ใช้เวลาในช่วงพรีซีซั่นกับ สเปอร์ส และทำแฮตทริกได้ในเกมส์อุ่นเครื่องที่ถล่ม เซาธ์เอนด์ ยูไนเต็ด 6-0 จนกระทั่งวันที่ 18 สิงหาคม 2012 เขาก็ได้ประเดิมสนามเกมส์ พรีเมียร์ลีก ในการออกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด โดยถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองของ ซานโดร ในนาทีที่ 86 ก่อนที่ทีมจะพ่ายไป 2-1 จากความหวังที่จะได้รับโอกาสในเวที พรีเมียร์ลีก เพิ่มขึ้น ทำให้ เคน ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม นอริช ซิตี้ ในวันที่ 31 สิงหาคม ด้วยสัญญายืมตัวไปจนจบซีซั่น และได้ลงสนามนัดแรกในการพบกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แต่แล้วเขาก็กลับโชคร้ายได้รับบาดเจ็บกระดูกฝ่าเท้าแตกระหว่างเกมส์ที่พบกับ ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส ในถ้วย ลีก คัพ ทั้งๆที่เป็นการลงเล่นนัดที่ 2 ให้กับทีมใหม่เท่านั้นเอง ดาวยิงวัย 19 ปี ย้อนกลับไปพักรักษาตัวอยู่กับ สเปอร์ส แต่ก็หวนกลับไปเล่นให้กับ นอริช ได้อีกครั้งในวันที่ 29 ธันวาคม จากการลงสนามมาในช่วง 45 นาทีหลังในเกมส์ที่พ่ายคาบ้านให้กับ แมนฯ ซิตี้ ไปแบบสุดเดือด 3-4 อย่างไรก็ตามจากการที่ ไก่เดือยทอง ไม่สามารถเสริมแนวรุกได้ในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาว จึงทำให้พวกเขาใช้เงื่อนไขเรียกตัว เคน กลับมาล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2013 แต่แล้ว 20 วันหลังจากนั้น เคน ก็ได้ย้ายไปอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเวลาที่เหลือ และมีส่วนช่วยให้พวกเขามีลุ้นกับการเลื่อนชั้นขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก เขาเริ่มเปิดตัวกับ เดอะ ฟ็อกซ์ ในเกมส์ที่เปิดบ้านไล่ต้อน แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-0 ก่อนจะยิงได้ทั้งหมด 2 ประตูจากการลงเตะ 13 นัด และมีส่วนช่วยให้ทีมผ่านเข้าไปจนถึงรอบรองชนะเลิศเพลย์ออฟเลื่อนชั้น จนกระทั่งถูก วัตฟอร์ด เขี่ยกระเด็นตกรอบ

    ฤดูกาล 2013-14 เคน ยิงประตูแรกให้กับ สเปอร์ส ได้ในเกมส์ ลีก คัพ รอบสี่ที่พบกับ ฮัลล์ ซิตี้ หลังช่วยให้ทีมตามตีเสมอเป็น 2-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ยิงเป้าไม่พลาดจากการดวลจุดโทษตัดสินและพาทีมผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยสกอร์รวม 10-9 จนกระทั่งวันที่ 7 เมษายน 2014 เขาก็ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรกใน พรีเมียร์ลีก จากเกมส์ที่เปิดรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน ไล่ถลุง ซันเดอร์แลนด์ 5-1 พร้อมกับยิงประตูแรกใน พรีเมียร์ลีก ได้อีกด้วย เขาสามารถยิงประตูได้อีกในนัดถัดมา หลังช่วยให้ทีมที่ตกเป็นฝ่ายไล่ตามหลัง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-0 ในช่วงครึ่งชม.แรกจนสามารถแบ่งแต้มออกมาจาก เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ได้สำเร็จ ก่อนจะมาบวกประตูที่ 3 จากการลงเล่น 3 เกมส์ติดต่อกันใน ลอนดอน ดาร์บี้ ที่เอาชนะ ฟูแล่ม ไปได้ 3-1

    ฤดูกาล 2014-15 เคน มีโอกาสประเดิมสนามนัดแรกของซีซั่นด้วยการถูกเปลี่ยนลงไปเป็นตัวสำรองในช่วงท้าย ก่อนจะมีทีเด็ดช่วยทำทางให้ เอริค ดายเออร์ ยิงประตูชัยเอาชนะ เวสต์แฮม 0-1 ได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เขามาทำ 2 ประตูในเกมส์ ยูโรปา ลีก รอบเพลย์ออฟ กับ อปอลลอน ลิมาสซอล คู่แข่งจาก ไซปรัส และช่วยยิงประตูปิดท้ายในเกมส์ ลีก คัพ รอบสามที่เอาชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ไปได้ 3-1 ในวันที่ 23 ตุลาคม 2014 เคน สามารถทำแฮตทริกแรกของตนเองได้สำเร็จ จากชัยชนะ 5-1 เหนือ แอสเตราส ตริโปลีส ในรอบแบ่งกลุ่ม ยูโรปา ลีก โดยในช่วงท้ายเกมส์เขาต้องสวมบทบาทผู้รักษาประตูจำเป็น หลัง อูโก้ โยริส โดนใบแดงไล่ออกไปและทีมก็เปลี่ยนผู้เล่นไปจนครบแล้ว และสุดท้ายเขาก็เสียไปหนึ่งประตูเมื่อไม่สามารถป้องกันลูกยิงฟรีคิกของ เจโรนิโม บาร์ราเลส เอาไว้ได้ จนกระทั่งช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เคน ก็สามารถทำประตูแรกใน พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาลได้สำเร็จ จากการรับบทฮีโร่ในช่วงท้ายเกมส์ที่บุกไปเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 1-2 และสัปดาห์ต่อมาเขาก็ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในนัดที่พ่ายคาบ้านให้กับ สโต๊ค ซิตี้ 1-2 ก่อนจะเริ่มยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างต่อเนื่องและยิงได้ 1 ประตูในนัดต่อมาจากการบุกไปเอาชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 1-2 เขาสามารถทำประตูได้ 3 นัดติดในช่วงครึ่งหลังของเดือนธันวาคม จากการเผชิญหน้ากับ สวอนซี ซิตี้, เบิร์นลี่ย์ และ เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะระเบิดฟอร์มได้อย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปีด้วยการยิง 2 จ่าย 2 ในเกมส์ ลอนดอน ดาร์บี้ ที่เอาชนะ เชลซี ทีมจ่าฝูง 5-3 และจาก 3 ประตูรวมกันที่ยิงได้อีกในเกมส์กับ คริสตัล พาเลซ และ เวสต์บรอมฯ ก็ทำให้เขาคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนมกราคม

    ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2015 เคน ตกลงใจต่อสัญญายาว 5 ปีครึ่งกับ สเปอร์ส ก่อนที่ 5 วันให้หลังจะมารับบทฮีโร่เหมาคนเดียว 2 ประตูที่ช่วยให้ทีมพลิกกลับมาเอาชนะ อาร์เซน่อล ทีมคู่ปรับ 2-1 โดยหลังจากยิงได้อีก 2 ประตูในเกมส์กับ ลิเวอร์พูล และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็ทำให้เจ้าตัวคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนกุมภาพันธ์ และกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 4 ที่คว้ารางวัลนี้ได้ 2 เดือนติดต่อกัน หลังเริ่มต้นเดือนมีนาคมด้วยความผิดหวังในการพ่ายแพ้ต่อ เชลซี 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ลีก คัพ ในอีก 3 สัปดาห์ต่อมา เคน ก็ทำแฮตทริกแรกใน พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ จากการเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เลสเตอร์ ไปแบบสุดมันส์ 4-3 ในวันที่ 5 เมษายน เขาได้รับโอกาสสวมปลอกแขนกัปตันทีมเป็นครั้งแรกในเกมส์ที่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 0-0 ที่ เทิร์ฟ มัวร์ ก่อนที่ 2 สัปดาห์ต่อมา เขาจะยิงประตูที่ 30 ของฤดูกาลจากชัยชนะ 1-3 นอกบ้านกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และกลายเป็นนักเตะ สเปอร์ส คนแรกที่ยิงประตูรวมได้ใน 1 ซีซั่นมากเท่านี้นับจากที่ แกรี่ ลินิเกอร์ เคยทำไว้ในฤดูกาล 1991-92 และแล้วในช่วงเดือนพฤษภาคม เคน ก็มีรายชื่ออยู่ในทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล พร้อมกับคว้ารางวัล ดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปี ก่อนจะมายิงประตูชัย 0-1 ในนัดปิดฤดูกาลที่บุกไปเก็บ 3 คะแนนจาก เอฟเวอร์ตัน และกลายเป็นประตูที่ 21 ใน พรีเมียร์ลีก เทียบเท่าสถิติสโมสรของ เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม, เจอร์เก้น คลินส์มันน์ และ แกเร็ธ เบล

    ฤดูกาล 2015-16 ระหว่างออกทัวร์ในช่วงพรีซีซั่นที่ ออสเตรเลีย หัวหอกชาวอังกฤษ กลายเป็นจุดสนใจและถูกรุมล้อมจากแฟนๆใน เวสต์ฟิลด์ ซิดนี่ย์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ จนทำให้ทางสโมสรต้องจัดรถมินิบัสเพื่อพาเขาหลบฉากออกมา ก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มต้นขึ้น เคน เปลี่ยนเบอร์เสื้อจาก 18 ไปเป็น 10 ที่ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ เคยเป็นเจ้าของอยู่ในซีซั่นก่อน พร้อมกับให้เหตุผลว่า “ต้องการเป็นตำนานของสโมสร” และในขณะที่ทีมเตรียมจะปล่อยตัว อเดบายอร์ และ โรเบร์โต้ โซลดาโด้ ออกไป ก็ทำให้เขาออกสตาร์ทซีซั่นด้วยการเป็นหน้าเป้าเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ และเป็นตัวเลือกกัปตันทีมคนที่ 3 ต่อจาก อูโก้ โยริส และ แยน แฟร์ต็องเก้น หลังจากคลำเป้าไม่เจอนานถึง 748 นาที เคน ก็มายิงประตูแรกของฤดูกาลได้สำเร็จในวันที่ 25 กันยายน 2015 จากการมีส่วนช่วยให้ทีมพลิกกลับมาเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ 4-1 ก่อนที่อีก 8 วันถัดมา เขาจะทำเข้าประตูตัวเองจากการพบกับ สวอนซี ที่จบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ในวันที่ 25 ตุลาคม เคน ซัดแฮตทริกได้ในเกมส์ถล่ม บอร์นมัธ 1-5 ที่ ดีน คอร์ท กระทั่งอีกราว 1 เดือนถัดมา เขาก็มาซัดประตูที่ 9 ภายใน 6 นัดจากประตูชัยที่บุกไปเอาชนะ คาราบัค 0-1 ใน ยูฟ่า ยูโรปา ลีก พอหลังช่วงวันคริสมาสต์ เคน มายิงได้อีก 2 ประตูจากเกมส์ไล่ต้อน นอริช 3-0 ที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน จนทำให้เขายิงใน พรีเมียร์ลีก ได้ทั้งหมด 27 ประตูในรอบปี 2015 และทำลายสถิติเดิมของ เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม หลังซัดไป 5 ประตูจาก 4 นัดในลีกตลอดเดือนมีนาคม ก็ทำให้ เคน คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนเป็นหนที่สาม โดยหลังจากยิงประตูที่ 22 ในลีกของตนเองที่ช่วยให้ทีมบุกไปแบ่งแต้มจาก ลิเวอร์พูล ด้วยผลเสมอ 1-1 ที่ แอนฟิลด์ ก็ทำให้เขากลายเป็นผู้ที่ทำประตูได้มากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีกของสโมสรทั้งๆที่ยังเหลืออีก 6 นัดในมือ เคน จบฤดูกาลนั้นด้วยการคว้าตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก จากผลงาน 25 ประตูที่เฉือนคู่แข่งอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ และ เจมี่ วาร์ดี้ ไปเพียงแค่ลูกเดียว และติดอยู่ในทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลเป็นปีที่สองติดต่อกัน พร้อมกับพา สเปอร์ส จบในอันดับที่ 3 และตีตั๋วเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นถัดไป

    ฤดูกาล 2016-17 เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บที่ทำให้ อูโก้ โยริส ลงเล่นในนัดเปิดสนามได้เพียงแค่ราวครึ่งชม.จึงทำให้ เคน รับหน้าที่สวมปลอกแขนนำเพื่อนร่วมทีมลงสนามในนัดถัดมา และช่วยทำทางให้ วิคเตอร์ วานยาม่า ซัดประตูชัยให้ทีมเฉือนเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 ก่อนจะมาซัดประตูแรกของตนเองในฤดูกาลนี้ได้จากเกมส์ลีกนัดที่ 4 ที่บุกไปถล่ม สโต๊ค ซิตี้ 0-4 ถึง เบท 365 สเตเดี้ยม ในวันที่ 14 กันยายน 2016 เคน ลงประเดิมสนามในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ สเปอร์ส กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับ โมนาโก คาถิ่น เวมบลีย์ 1-2 ก่อนที่ 4 วันถัดมาเขาจะช่วยยิงประตูชัยให้ทีมเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ได้อย่างหวุดหวิด 1-0 แต่ก็ต้องแลกด้วยการถูกเปลี่ยนออกจากสนามในช่วงท้ายจากจังหวะปะทะกับ ปาปี้ ฌิโลโบฌี ที่ทำให้เขาต้องพักยาวไปร่วมเดือน หลังพลาดโอกาสลงเตะในเกมส์ลีก 5 นัดรวมถึงเกมส์ยุโรป 3 นัด เคน กลับมาลงสนามได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ในการเผชิญหน้ากับ อาร์เซน่อล ทีมคู่ปรับสำคัญ และรับหน้าที่สังหารจุดโทษช่วยให้ทีมตีเสมอ 1-1 แบ่งแต้มกลับออกมาจาก เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ได้สำเร็จ ก่อนจะมายิงประตูแรกใน UCL ได้ในช่วงปลายเดือน จากเกมส์ที่บุกไปพ่าย โมนาโก ที่ สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ 2-1 และกระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่มไปตามระเบียบ

    เปิดฉากเดือนธันวาคมพร้อมกับรอยยิ้มแก้มปริของสาวก ไก่เดือยทอง เมื่อ เคน ตกลงเซ็นสัญญาฉบับใหม่ที่จะทำให้เขาอยู่กับทีมไปจนถึงปี 2022 จนกระทั่งวันปีใหม่ 2017 เคน ก็ได้ฉลองนัดที่ 100 ใน พรีเมียร์ลีก ด้วยการซัดประตูเบิกร่องในนาทีที่ 27 ก่อนจะยิงได้อีก 1 ลูกใน 6 นาทีต่อมาจากชัยชนะนอกบ้าน 1-4 เหนือ วัตฟอร์ด เพียงไม่กี่วันหลังลูกสาวคนแรกลืมตาดูโลก ดาวยิงคุณพ่อมือใหม่ ก็ฉลองด้วยการซัดแฮตทริกในเกมส์ยำใหญ่ เวสต์บรอมฯ 4-0 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2017 และอีกราว 1 เดือนถัดมา เขาก็เหมาคนเดียว 3 ประตูในเกมส์ เอฟเอ คัพ ที่บุกไปถล่ม ฟูแล่ม 0-3 และกลายเป็นแฮตทริกที่ 5 ในชีวิตค้าแข้ง ก่อนที่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เคน จะซัดแฮตทริกที่ 3 ในรอบ 9 เกมส์จากการเปิดบ้านไล่ถลุง สโต๊ค ซิตี้ 4-0 จนทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนครั้งที่ 4 ไปครองในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 เคน ยิงประตูที่ 20 ในลีกได้สำเร็จจากนัดที่ไล่อัด บอร์นมัธ 4-0 ที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน ในช่วงกลางเดือนเมษายน จนทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ทำ 20 ประตูในลีกได้ 3 ฤดูกาลติดต่อกัน ต่อจาก อลัน เชียเรอร์, เธียร์รี่ อองรี และ รุด ฟาน นิสเตลรอย

    จากผลงานอันยอดเยี่ยมตลอดทั้งซีซั่น ในที่สุด เคน ก็มีรายชื่ออยู่ในทีมยอดเยี่ยมประจำปีเป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกัน และถูกลิสต์อยู่ในรายชื่อ 6 ผู้เล่นที่มีลุ้นจะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล แม้เขาจะยิง 1 ประตูที่ช่วยให้ทีมเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 ในเกมส์เหย้านัดสุดท้ายของซีซั่น แต่จากผลงาน 22 ประตูที่ทำได้ในลีกจนถึงขณะนั้นก็ยังคงเป็นฝ่ายตามหลัง โรเมลู ลูกากู อยู่ดี อย่างไรก็ตาม จากการระเบิดฟอร์มขั้นเทพใน 2 นัดสุดท้าย เริ่มต้นด้วยการเหมารัว 4 เม็ดใส่ เลสเตอร์ ซิตี้ จากชัยชนะ 1-6 ที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ตามมาด้วยการทำแฮตทริกในเกมส์บุกไปปูพรม ฮัลล์ ซิตี้ 1-7 ก็ทำให้ เคน เบียดเข้าป้ายคว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกไปด้วยผลงาน 29 ประตู และกลายเป็นนักเตะคนที่ 5 ที่ซิวรางวัล โกลเด้น บูท ได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

    ฤดูกาล 2017-18 หลังออกสตาร์ทด้วยการคลำเป้าในลีกไม่เจอภายใน 3 นัดแรก เคน ก็กลับมาซัดเบิ้ลได้ใน 3 จาก 4 เกมส์ถัดมา จนกระทั่งวันที่ 26 กันยายน 2017 เขาก็ซัดแฮตทริกแรกในรายการ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จจากชัยชนะ 0-3 เหนือ อาโปเอล นิโคเซีย ก่อนจะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนครั้งที่ 5 ไปครอง จากผลงานอันยอดเยี่ยมตลอดทั้งเดือนกันยายน ที่ซัดรวมกันไป 13 ประตูจาก 10 นัดรวมกันทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ ในวันที่ 23 ธันวาคม เคน สามารถทาบสถิติ 36 ประตูใน พรีเมียร์ลีก จาก 1 รอบปฏิทินของ อลัน เชียเรอร์ หลังทำแฮตทริกได้ในนัดที่บุกไปถล่ม เบิรน์ลี่ย์ 0-3 ก่อนจะสร้างสถิติใหม่ได้ด้วย 39 ประตูในรอบปี จากนัดถัดมาที่เหมายิงคนเดียว 3 ลูกในชัยชนะ 5-2 เหนือ เซาแธมป์ตัน ที่ เวมบลีย์ จากแฮตทริกในเกมส์ส่งท้ายปี ก็นับเป็นแฮตทริกที่ 6 ใน พรีเมียร์ลีก ของเขาในรอบปี (แฮตทริกที่ 8 ในทุกรายการ) และยังกลายเป็นสถิติใหม่ของ พรีเมียร์ลีก อีกด้วย นอกจากนี้ด้วยผลงาน 56 ประตูรวมทุกถ้วยในรอบปี 2017 ก็ทำให้เขาครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดของลีกยุโรป และยังเป็นการหยุดสถิติต่อเนื่อง 7 ปีที่มีแต่ ลีโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คอยแย่งชิงตำแหน่งนี้กันอยู่เพียงแค่ 2 คน ในช่วงกลางเดือนมกราคม 2018 จากผลงาน 2 ประตูในเกมส์ที่ถล่ม เอฟเวอร์ตัน 4-0 ก็ทำให้ เคน ทำลายสถิติดาวซัลโวสูงสุดในยุคพรีเมียร์ลีกของสโมสรจาก 97 ประตูที่ เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม เคยทำไว้ ก่อนที่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ จากลูกจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ช่วยให้ทีมบุกไปยันเสมอ ลิเวอร์พูล 2-2 ได้ที่ แอนฟิลด์ ก็กลายเป็นประตูที่ 100 ใน พรีเมียร์ลีก ของเขา จากการแตะหลักไมล์ที่ 100 ประตูภายใน 141 เกมส์ โดยเป็นรองเพียงแค่ เชียเรอร์ ที่เคยทำได้จาก 124 นัด ก็ทำให้ เคน คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนมาครองเป็นครั้งที่ 6 ในเดือนเมษายน และติดอยู่ในทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ก่อนที่เจ้าตัวจะตกลงปลงใจเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมอีกหลังจบฤดูกาล

    Harry Kane

    เส้นทางในระดับทีมชาติ
    เคน เริ่มต้นลงเล่นให้กับ ทีมสิงโตคำรามชุด U-17 ในปี 2010 โดยเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ที่จัดขึ้นใน โปรตุเกส แต่ก็พลาดติดทีมไปลงแข่งขันใน ยูโร 2010 รุ่น U-17 ด้วยอาการป่วย แต่สุดท้าย อังกฤษ ก็ยังสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ไปครอง หลังจากนั้นเขาก็ถูกขยับขึ้นไปสู่ทีมชุด U-19 และกลายเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมฟันฝ่าเข้าไปจนถึงรอบรองชนะเลิศในรายการ ยูโร 2012 รุ่น U-19 ที่จัดขึ้นใน เอสโตเนีย ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2013 เขาถูก ปีเตอร์ เทย์เลอร์ ใส่รายชื่อลงไปในทีมที่จะเข้าร่วม ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2013 รุ่น U-20 และยิงประตูแรกในทัวร์นาเมนต์ได้จากรอบแบ่งกลุ่มที่พบกับ ชิลี จากการทำแอสซิสต์ของ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ถัดมาในเดือนสิงหาคม เขาเปิดตัวกับทีมชุด U-21 ในเกมส์ที่พบกับ สกอตแลนด์ ก่อนจะมาทำแฮตทริกได้ในการพบกับ ซาน มาริโน่ จากเกมส์รอบคัดเลือก ยูโร 2015 รุ่น U-21 เคน มีรายชื่อติดอยู่ในทีมที่ลงแข่งขัน ยูโร 2015 รุ่น U-21 รอบสุดท้ายที่จัดขึ้นใน สาธารณรัฐเช็ก

    แม้จะไม่ค่อยได้รับความเห็นชอบเท่าไรนักจาก เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผจก.ทีม สเปอร์ส แต่เขาก็ลงเล่นครบทุกนาทีก่อนที่ทีมจะถูกเขี่ยตกรอบแบ่งกลุ่มจากการรั้งตำแหน่งบ๊วยของกลุ่ม B แม้ เคน จะมีสิทธิ์เลือกลงเตะให้กับ ทีมชาติไอร์แลนด์ ได้ตามพ่อของเขาที่เกิดใน เมืองกัลเวย์ แต่ในเดือนสิงหาคม 2014 เขาก็ออกมาสยบข่าวลือดังกล่าวพร้อมเอ่ยถึงความปรารถนาที่ต้องการลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัด และรั้งตำแหน่งดาวซัลโวอันดับ 3 ของ พรีเมียร์ลีก ด้วยผลงาน 16 ประตู ในวันที่ 19 มีนาคม 2015 เขาก็ถูก รอย ฮ็อดจ์สัน เรียกตัวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่เพื่อเตรียมลงแข่งขันแมตช์กระชับมิตรกับ ลิทัวเนีย และ อิตาลี ก่อนจะได้ประเดิมสนามครั้งแรกใน เวมบลีย์ โดยถูกเปลี่ยนลงไปแทนที่ เวย์น รูนี่ย์ ในช่วงครึ่งหลังที่พบกับ ลิทัวเนีย และทำประตูแรกได้หลังใช้เวลาเพียงแค่ 80 วินาทีด้วยลูกโหม่งจากการเปิดของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในวันที่ 9 กันยายน 2015 เคน ลุกออกจากม้านั่งสำรองลงมาช่วยยิงประตูที่ 5 จากชัยชนะ 6-0 เหนือ ซาน มาริโน่ และก็ทำให้ อังกฤษ การันตี การเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2016 ก่อนที่ทีมจะสร้างสถิติด้วยการเก็บชัยชนะ 100% เต็มจากทั้งหมด 10 เกมส์ในรอบคัดเลือกของกลุ่ม E

    ระหว่างเกมส์อุ่นเครื่องเตรียมความพร้อม ยูโร 2016 ที่เอาชนะ ตุรกี 2-1 ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เคน ยิงประตูเบิกร่องให้ทีมตั้งแต่นาทีที่ 3 ก่อนจะสังหารจุดโทษพลาดในช่วงครึ่งเวลาหลัง และกลายเป็นผู้เล่นอังกฤษคนแรกที่ทำหน้าที่พลาดระหว่างเกมส์นับแต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด เมื่อปี 2010 และยังเป็นคนแรกที่ยิงไม่เข้าเป้านับตั้งแต่ ปีเตอร์ เคร้าช์ ในปี 2006 ระหว่างทัวร์นาเมนต์ใหญ่กลางปี 2016 ที่ ฝรั่งเศส เขาเป็นผู้รับหน้าที่เปิดลูกเตะมุมให้กับทีม จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาในเชิงลบ ก่อนที่ ฮ็อดจ์สัน จะพยายามออกมาปกป้องลูกทีมและแก้เก้อถึงแทคติกของตนเองว่า เคน สามารถทำหน้าที่นี้ได้ดี ในวันที่ 10 มิถุนายน 2017 เคน สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติเป็นครั้งแรก เพื่อลงแข่งขันใน ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ที่พบกับ สกอตแลนด์ และช่วยยิงตีเสมอ 2-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้ทีมแบ่งแต้มกลับออกมาจาก แฮมป์เดน พาร์ค จนกระทั่งวันที่ 5 ตุลาคม จากประตูชัย 1-0 เหนือ สโลวีเนีย ในนาทีที่ 90+4 ก็ทำให้ อังกฤษ ได้ผ่านเข้าไปเล่นใน ฟุตบอลโลก 2018 อย่างแน่นอน

    เคน ติดอยู่ในรายชื่อ 23 ขุนพลชุดตะลุย ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2018 พร้อมรับหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตันทีม โดยในนัดเปิดสนามรอบแบ่งกลุ่มกับ ตูนิเซีย เขาเหมาคนเดียว 2 ลูกช่วยให้ทีมประเดิมเก็บ 3 คะแนนจากสกอร์ 2-1 ก่อนจะมายิงแฮตทริกได้ในนัดต่อมาที่ไล่ถลุง ปานามา 6-1 พร้อมกับกลายเป็นผู้เล่นอังกฤษคนที่ 3 ที่ทำแฮตทริกได้ใน ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ต่อจาก เจฟฟ์ เฮิร์สท์ ในการเผชิญหน้ากับ เยอรมัน ตะวันตก เมื่อปี 1966 และ แกรี่ ลินิเกอร์ ในเกมส์กับ โปแลนด์ เมื่อปี 1986 เคน ยิงประตูที่ 6 ของตนเองในเกมส์ที่ อังกฤษ ผ่าน โคลัมเบีย ไปได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย จากลูกจุดโทษที่ช่วยให้ทีมขึ้นนำไปก่อนจะจบ 120 นาทีด้วยการเสมอกัน 1-1 เขายังทำหน้าที่ยิงเป้าไม่พลาดในการดวลจุดโทษตัดสิน และทำให้ อังกฤษ คว้าชัยชนะจากการยิงลูกโทษเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ เวิลด์ คัพ แต่นั่นก็กลายเป็นประตูสุดท้ายของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้ หลังจากยิงไม่ได้ในเกมส์ที่ผ่าน สวีเดน ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยชัยชนะ 2-0 ก่อนจะมาพ่ายให้กับ โคเอเชีย 2-1 ในรอบตัดเชือก รวมถึงยังคลำเป้าไม่เจอในนัดชิงที่ 3 กับ เบลเยี่ยม ที่พ่ายไป 2-0 อย่างไรก็ตาม จาก 6 ประตูที่ทำได้ก็ยังเพียงพอที่ เคน จะก้าวขึ้นไปคว้ารางวัล โกลเด้น บูท ประจำทัวร์นาเมนต์
    สไตล์การเล่น

    อเล็กซ์ อิงเกิลธอร์ป อดีตโค้ชทีมเยาวชน ไก่เดือยทอง ที่เคยช่วยขัดเกลาฝีเท้าให้กับ เคน เคยกล่าวถึงลูกศิษย์คนเก่งไว้ว่า “ในครั้งแรกที่เขาเข้ามาร่วมทีม U-18 ด้วยวัย 15 ปี เขาค่อนข้างฉายแววในเรื่องเซนส์ฟุตบอล เขาอาจจะดูงุ่มง่าม ออกแนวเก้งก้างและการเคลื่อนที่ก็ดูติดๆขัดๆในบางครั้ง แต่หากมองดูใกล้ๆก็จะเห็นทักษะอันล้นเหลือและเทคนิคอันยอดเยี่ยม ผมคิดว่าเขาทำให้ผู้คนประหลาดใจถึงความสามารถที่มี ในตอนนั้นเขามีความยืดหยุ่นในเกมส์สูงและบ่อยครั้งที่ได้ลงเล่นในตำแหน่งกองกลาง ผมจำได้ว่าครั้งนึงเขาเคยลงไปทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวคุมเกมส์ด้วยซ้ำ” ในประวัติแนะนำผู้เล่นของ เคน เมื่อปี 2013 จาก ทอล์คสปอร์ต สื่อดังเจ้าหนึ่งใน อังกฤษ เคยพูดว่า ตำแหน่งที่ดีที่สุดของ เคน คือ ศูนย์หน้าตัวต่ำ แต่ก็สามารถลงเล่นเป็น หน้าเป้า หรือ แนวรุกทางด้านกว้าง ได้อีกด้วย ในนั้นยังระบุว่า เขาถนัดในการมองหาพื้นที่ทำประตู แต่ก็สามารถจบสกอร์ได้จากลูกยิงไกล และมีความเร็วที่ดี แต่ค่อนข้างมีจุดอ่อนในลูกกลางอากาศ และไม่สามารถทำประตูได้เลยระหว่างการยืมตัวไปอยู่กับ นอริช ซิตี้ จากจุดเริ่มต้นที่ถูกวางไว้เป็นตัวแบ็คอัพให้กับ โรเบร์โต้ โซลดาโด้ ที่ย้ายเข้ามาด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ ก่อนจะถูกปล่อยยืมออกไปบ่อยครั้ง จนกระทั่งเริ่มได้รับโอกาสออกสตาร์ทภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่กลายเป็นจุดเริ่มให้เขาพัฒนาฝีเท้าอย่างก้าวกระโดด

    เดวิด พลีท อดีตกุนซือของ สเปอร์ส เคยให้นิยามกับ เคน ไว้ว่า “ศูนย์หน้าในสไตล์คลาสสิก” ในขณะที่ เลส เฟอร์ดินานด์ อดีตดาวยิงผู้เคยเป็นโค้ชในทีมชุด U-21 ของสโมสร ก็ยกย่องความสามารถของเขาไว้ว่า มีการเคลื่อนที่ในแบบฉบับของ เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม และมีลูกยิงอันทรงพลังและแม่นยำเหมือนกับ อลัน เชียเรอร์ สไตล์การเล่นของ เคน ยังมักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ อดีตศูนย์หน้าของทีมในช่วงกลางยุค 90 จนกระทั่งในเดือนมีนาคม 2015 เกร็ก ไดค์ ประธานเอฟเอ ได้ออกมายกย่องเขาว่าเป็นต้นแบบความสำเร็จที่มาจากการผลักดันผู้เล่นระดับเยาวชนของสโมสร ก่อนที่ เชียเรอร์ จะออกมาอวยซ้ำว่า 3 กองหน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดของ พรีเมียร์ลีก ในเวลานั้นก็คือ ดีเอโก้ คอสต้า, เซร์คิโอ อเกวโร่ และ เคน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2015 สำนักข่าวบีบีซี ได้บรรยายถึง เคน ไว้ว่า “เขาจะทำได้ดีที่สุดกับบทบาทศูนย์หน้าเดี่ยว จากทักษะในการครองบอล และการเล่นในพื้นที่แคบๆ” ซึ่งทำให้เขาสามารถเชื่อมต่อกับตำแหน่งอื่นๆได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตแข้งดังที่รับบทนักวิเคราะห์ในรายการ แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ ยังให้ความเห็นว่า อังกฤษ ควรสร้างทีมขึ้นจาก เคน ที่เป็นจุดศูนย์กลาง พร้อมกับย้ำว่า “ผมแทบมองไม่เห็นจุดอ่อนในเกมส์ของเขาเลย”

    ชีวิตส่วนตัว
    เคน ลืมตาดูโลกขึ้นใน ย่านวอลแธมสโตว์ เขตทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน จากครอบครัวของ คิม และ แพทริก เคน เขายังมี ชาร์ลี เป็นพี่ชายอีกหนึ่งคน เขามีเชื้อสายไอริชตามพ่อของเขาที่มาจาก กัลเวย์ หลังครอบครัวย้ายเข้ามาสู่ ย่านชิงฟอร์ด ในปี 2004 เขาก็ได้เข้าเรียนที่ ลาร์คสวูด ไพรมารี่ อะคาเดมี่ ก่อนจะขยับไปต่อที่ ชิงฟอร์ด ฟาวน์เดชั่น สกูล (ที่เดียวกับ เดวิด เบ็คแฮม เคยศึกษาอยู่) เขาชื่นชอบการเล่นฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็ก และเข้าร่วมสโมสรท้องถิ่น ริดจ์เวย์ โรเวอร์ส ตั้งแต่อายุได้เพียง 6 ขวบ โดยที่เจ้าตัวเคยพูดถึงเรื่องฟุตบอลที่ซึมซับอยู่ในสายเลือดของเขาว่า “ผมคิดว่าสายเลือดนักกีฬาของผมมาจากครอบครัวทางฝั่งแม่ แม้หัวข้อนี้มักจะเป็นประเด็นถกเถียงกันภายในบ้าน บางทีพ่อของผมอาจไม่ชอบที่ผมพูดอย่างนั้น แต่ผมคิดว่า เอริค ตาของผมเป็นนักฟุตบอลที่ดีคนหนึ่ง ระดับฝีเท้าของเขาไม่เลวเลยทีเดียว”

    เคนยังเสริมอีกว่า “ครอบครัวของผมส่วนใหญ่เป็นแฟนบอล สเปอร์ส และผมก็เติบโตขึ้นในถิ่นที่ใช้เวลาเพียง 15 นาทีไปถึง ไวท์ ฮาร์ท เลน ดังนั้นผมจึงเป็นสาวกของ สเปอร์ส เสมอมา” นอกจากนี้เขายังพูดถึง เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม ว่าเป็นไอดอลในวัยเด็ก และมองว่าอดีตดาวยิงคือ “ตัวจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม” และเป็นต้นแบบในจังหวะการเข้าทำของเขา จากบทสัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ตส์ โดย เธียร์รี่ อองรี ในปี 2018 เคนได้พูดถึงความชื่นชมที่มีในตัว โรนัลโด้ ตำนานแข้งชาวบราซิล โดยมักจะติดตามดูคลิปของอดีตดาวยิงใน ยูทูป โรนัลโด้ คือขวัญใจคนหนึ่งของผม ทุกลีลาการเคลื่อนไหว ทุกจังหวะสับไก และทุกประตูที่เขาทำได้ เขาคือนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ คุณสามารถใช้เวลานั่งชมคลิปความสุดยอดของเขาได้เป็นชั่วโมง เขาเป็นคนแรกที่ทำให้ผมเฝ้าดูและเกิดความคิดที่ว่า “ว้าว เขาคือดาวยิง ฉันอยากจะเป็นดาวยิง”

    ชีวิตรักของ เคน ถูกเปิดเผยต่อสื่อเป็นครั้งแรกในปี 2015 เมื่อเขาให้สัมภาษณ์ว่ากำลังคบหากับ เคที่ กู๊ดแลนด์ เพื่อนตั้งแต่สมัยวัยเด็กของเขา “เราไปโรงเรียนด้วยกัน ดังนั้นเธอเคยเห็นผมมาแล้วทุกช่วงชีวิต และแน่นอนที่เธอพบว่ามันเป็นอะไรที่บ้าบอเล็กน้อย ผมคิดว่าเธอเคยปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ 2-3 ครั้งตอนที่พาหมาออกมาเดินเล่น” ทั้งคู่เลี้ยง ลาบราดอร์ เอาไว้ 2 ตัว เบรดี้ และ วิลสัน ที่ตั้งชื่อตามยอดควอเตอร์แบ็คอเมริกันฟุตบอล ทอม เบรดี้ และ รัสเซลล์ วิลสัน ลูกสาวคนแรกของเขา ไอวี่ เจน เคน ลืมตาดูโลกขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2017 ก่อนที่ เคน จะประกาศขอแต่งงานกับแฟนสาวในเดือนกรฎาคมปีนั้น จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นปี 2018 ทั้งคู่ก็ออกมาประกาศว่ากำลังจะมีบุตรคนที่สอง และแล้ว วิเวียน เจน เคน ลูกสาวคนที่สอง ก็ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม เคน จะงดแอลกอฮอล์ทุกชนิดในระหว่างซีซั่นการแข่งขัน และชอบตีกอล์ฟในช่วงวันหยุด เขายังจ้างเชฟแบบประจำเพื่อมาดูแลในส่วนของโภชนาการตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา

    แฮร์รี่ เคน

    Tags : , ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง