โรม่า (AS Roma)

    05/08/2018 FIFA55DAY

    ตราสโมสรโรม่า

    สโมสรฟุตบอลโรม่า (Associazione Sportiva Roma) หรือที่รู้จักกันในนาม “อาแอส โรม่า” หรือที่เรียกกันติดปากสั้นๆว่า “โรม่า” มีถิ่นฐานตั้งอยู่ที่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 1927 และอยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุดของประเทศมาโดยตลอด ยกเว้นเพียงปีเดียวในฤดูกาล 1951-52 โรม่า เคยครองแชมป์ เซเรีย อา ทั้งหมด 3 สมัยในฤดูกาล 1941-42, 1982-83 และ 2000-01 รวมถึง โคปปา อิตาเลีย 9 ครั้งและ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า 2 ครั้ง พวกเขายังเคยได้แชมป์ อินเตอร์-ซิตี้ แฟร์ คัพ ในปี 1960-61 และผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ 1983-84 และ ยูฟ่า คัพ 1990-91

    นับตั้งแต่ปี 1953 พวกเขาได้ย้ายมาใช้รังเหย้า สตาดิโอ โอลิมปิโก ร่วมกับ ลาซิโอ ด้วยปัจจุบันความจุ 70,634 ที่นั่ง ทำให้ โรม่า มีสนามแข่งขันใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของ อิตาลี โดยเป็นรองเพียงแค่ ซาน ซิโร่ ของ 2 ทีมดังแห่ง มิลาน เท่านั้น พวกเขายังมีแผนจะย้ายไปยังสนามแห่งใหม่ของตนเองที่ยังอยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง จากการใช้ สีม่วงกษัตริย์ (ม่วงแดง) และ สีทอง เป็นสีประจำทีม จึงทำให้ โรม่า มีฉายาว่า จัลโล่รอสซี่ (เหลือง-แดง) โดยตราสโมสรของทีมยังปรากฏรูปตามตำนานของโรมัน ที่มีแม่หมาป่าคอยให้นมแก่ลูกมนุษย์ฝาแฝด โรมูลุส และ เรมุส

    ไทม์ไลน์ประวิติศาสตร์ทีมโรม่า

    1927 – สโมสรถูกก่อตั้งขึ้นในช่วงหน้าร้อนโดย อิตาโล่ ฟอสคี่ ที่ต้องการรวม 3 ทีมฟุตบอลเก่าแก่ในย่านกรุงโรมเพื่อให้กลายเป็นหนึ่งสโมสรใหญ่ที่แข็งแกร่งพอจะต่อกรกับบรรดาทีมดังจากทางตอนเหนือของประเทศ โดยมีหนึ่งสโมสรใหญ่ในท้องที่คัดค้านการรวมตัวในเวลานั้น ซึ่งก็คือ ลาซิโอ

    1929 – หลังการเปิดตัวสโมสรในย่านชนชั้นแรงงาน ถึงช่วงเดือนพฤศจิกายนการก่อสร้างสนามเหย้าด้วยไม้ความจุ 20,000 ที่นั่งของพวกเขาก็แล้วเสร็จ ก่อนที่ซีซั่นถัดมา โรม่า จะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการทะยานขึ้นไปจนถึงตำแหน่งรองแชมป์ เซเรีย อา ตามหลัง ยูเวนตุส หลังจบฤดูกาล 4 คะแนน

    1936 – หลังการจากไปของนักเตะคีย์แมนหลายคนจนทำให้ผลงานซบเซาต่อเนื่องมาหลายปี ภายใต้การคุมทีมของ ลุยจิ บาร์เบซิโน่ ก็ทำให้ทีมขยับใกล้เคียงกับตำแหน่งแชมป์อีกครั้ง หลังทำแต้มน้อยกว่า โบโลญญ่า เพียงแค่คะแนนเดียวหลังจบซีซั่น

    1942 – หลังทำผลงานลุ่มๆดอนๆตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จู่ๆพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ สคูเด็ตโต้ ได้อย่างไม่มีใครคาดคิดในฤดูกาล 1941-42 ก่อนที่ อิตาลี จะเข้าสู่ภาวะโกลาหลใน สงครามโลกครั้งที่ 2

    1951 – หลังสงครามโลกปะทุขึ้นได้ปีเดียว โรม่า ก็กลับทำผลงานร่วงหล่นลงอย่างน่าใจหาย ก่อนจะตกชั้นไปอยู่ เซเรีย บี หลังจบฤดูกาล 1950-51 แต่ด้วยผลงานของ จูเซ็ปเป้ วิอันนี่ ที่เข้ามาคุมทีมในซีซั่นถัดมาก็ทำให้พวกเขาโปรโมทกลับคืนสู่ลีกสูงสุดทันทีหลังจบฤดูกาล

    1955 – หลังเลื่อนชั้นกลับคืนมา โรม่า ก็เริ่มหล่อหลอมตนเองให้กลายเป็นทีมระดับชั้นนำของประเทศ และจบฤดูกาล 1954-55 ในฐานะรองแชมป์ หลังจาก อูดิเนเซ่ ตำแหน่งที่ 2 ดั้งเดิมถูกปรับตกชั้นด้วยข้อหาทุจริตการแข่งขัน

    1961 – โรม่า ประสบความสำเร็จนอกประเทศเป็นครั้งแรกด้วยการเอาชนะ เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ 4-2 ในนัดชิง อินเตอร์-ซิตี้ แฟร์ คัพ 1960-61 หรือ ยูโรปา ลีก ดั้งเดิม

    1964 – จัลโล่รอซซี่ ได้ชูถ้วย โคปปา อิตาเลีย เป็นครั้งแรกหลังเฉือนเอาชนะ โตริโน่ 1-0

    Juan Carlos Lorenzo

    1965 – ทั้งๆที่พึ่งประสบความสำเร็จมาไม่นาน แต่ภายในฤดูกาล 1964-65 ทีมก็ดิ่งลงสู่จุดตกต่ำอีกครั้ง หลัง ฮวน คาร์ลอส ลอเรนโซ่ กุนซือของทีมออกมาประกาศว่าทางสโมสรประสบสภาวะถังแตกและไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายค่าเหนื่อยให้กับนักเตะ แถมยังไม่มีงบสำหรับเดินทางไปลงเตะที่ วิเซนซ่า ในโปรแกรมนัดถัดไป แต่ทีมก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้จากการระดมทุนของแฟนบอล และผ่านพ้นวิกฤติล้มละลายได้จากการเข้ามาของ ฟรังโก้ อิวานเกลิสติ ประธานสโมสรคนใหม่

    1972 – โรม่า คว้าถ้วยรางวัลมาเพิ่มได้จากรายการ แองโกล-อิตาเลียน คัพ จากการเอาชนะ แบล็คพูล 3-1

    1980 – ทีมหมาป่า โคจรมาพบกับ โตริโน่ อีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศ โคปปา อิตาเลีย 1979-80 โดยสามารถย้ำแค้นและเป็นฝ่ายครอบครองถ้วยรางวัลหลังการดวลจุดโทษ

    1983 – หลังจบในอันดับที่ 2 เมื่อ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา ในซีซั่น 1982-83 พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ เซเรีย อา ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปี

    1984 – ซีซั่นถัดจากการคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 2 โรม่า สามารถทะลุเข้าไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ โดยเป็นฝ่ายไล่ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 ภายในระยะเวลา 90 นาที ก่อนจะพ่ายแพ้ไปในการดวลจุดโทษ แต่พวกเขาก็ยังมีรางวัลปลอบใจจากการได้แชมป์ โคปปา อิตาเลีย ในฤดูกาลนั้น

    1986 – ยุค 80 ยังเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับแฟนบอลหลังทีมจบฤดูกาล 1985-86 ในตำแหน่งรองแชมป์ พร้อมกับคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย มาครองจากการสยบ ซามพ์โดเรีย ไปแบบลุ้นระทึก 3-2

    1991 – นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของพวกเขาในยุค 90 หลังทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพ แต่ก็พ่ายให้กับ อินเตอร์ มิลาน 2-1 ในขณะที่ทีมสามารถคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย สมัยที่ 7 มาครองได้จากการเอาชนะ ซามพ์โดเรีย 4-2 ซึ่งหลังจากนั้นผลงานของ โรม่า ที่เข้าตาที่สุดก็คงมีแค่การจบด้วยอันดับที่ 4 ในฤดูกาล 1997-98

    Francesco Totti สมัยดังในโรม่า

    1992 – ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ตำนานหมายเลข 1 ของสโมสร ได้ฤกษ์เปิดตัวกับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในวัย 16 ปีกับเกมส์ที่ออกไปเยือน เบรสชา หลังถูกฟูมฟักอยู่กับทีมเยาวชนร่วม 3 ปี

    2001 – โรม่า กลับคืนสู่จุดพีคอีกครั้งจากการคว้าแชมป์ สคูเด็ตโต้ เป็นสมัยที่ 3 ในฤดูกาล 2000-01 ซึ่งแชมป์ถูกตัดสินกันในวันสุดท้าย หลังพวกเขาสามารถไล่ต้อน ปาร์ม่า ในบ้านตนเองได้ 3-1 จนทำแต้มนำ ยูเวนตุส 2 คะแนน ต้องขอบคุณผลงานอันยอดเยี่ยมตลอดทั้งซีซั่นของขุนพลนักเตะอย่าง กัปตันทีม ต๊อตติ, อัลดาเอียร์, คาฟู, กาเบรียล บาติสตูต้า และ วินเซนโซ่ มอนเตลล่า ภายใต้การวางหมากของ ฟาบิโอ คาเปลโล่

    2002 – ทีมตั้งเป้าหมายการป้องกันแชมป์ให้ได้ในซีซั่นถัดมา แต่สุดท้ายกลับกลายเป็น ยูเวนตุส ที่สามารถรักษาฟอร์มในช่วงท้ายก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองโดยทำคะแนนเฉือน โรม่า ไปเพียงแค่แต้มเดียว และนั่นก็ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของการคว้าบทพระรองซ้ำแล้วซ้ำเล่าของพวกเขาในเวลาต่อมา

    2006 – ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ, ซิโมเน่ แปร์ร็อตต้า และ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ คือขุมกำลังหลักจาก จัลโล่รอซซี่ ที่มีส่วนสำคัญในการพา ทัพอัซซูรี่ เอาชนะ ฝรั่งเศส จนคว้าแชมป์ เวิลด์ คัพ มาครอง ในขณะที่ปีนั้นก็มีการตัดสินคดี กัลโช่โปลี การทุจริตครั้งใหญ่ใน เซเรีย อา ซึ่งทีมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่ก็ได้รับอานิสงส์ด้วยการขยับตำแหน่งขึ้นไปเป็นรองแชมป์ประจำฤดูกาล 2005-06

    2010 – หลังออกสตาร์ทฤดูกาล 2009-10 อย่างกระท่อนกระแท่น เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่เข้ามารับหน้าที่แทน ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ที่ลาออกไปหลังทำทีมพ่ายแพ้ใน 2 เกมส์แรก ก็พาทีมสร้างสถิติไร้พ่ายในลีก 24 เกมส์รวด พร้อมมีโอกาสแซงขึ้นนำเป็นจ่าฝูงก่อนจะตกม้าตายในภายหลัง โดยถูก อินเตอร์ มิลาน ของ โชเซ่ มูรินโญ่ แซงกลับเข้าป้ายในท้ายที่สุด รวมเบ็ดเสร็จในช่วงยุคปี 2000 โรม่า จบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์ไปถึง 6 ครั้ง

    2011 – เพียงหนึ่งปีให้หลังจากการยอมปล่อยมือของตระกูล เซ็นซี่ จากปัญหาหนี้สินที่กำลังท่วมท้นหลังครอบครองสโมสรมาตั้งแต่ปี 1993 โรม่า ก็ถูกเทคโอเวอร์ด้วยกลุ่มธุรกิจ NEEP Roma Holding S.p.A. ที่ปัจจุบันถือหุ้นส่วนใหญ่อยู่ 79.04% แม้หลังจากนั้นทีมจะกลับมาได้รับเงินสนับสนุนอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง แต่กระทั่งในปีถัดมาก็ยังไม่มีผลงานอะไรที่เป็นรูปธรรม

    2013 – เจมส์ ปัลล็อตต้า ประธานสโมสรคนปัจจุบันสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยการดึงตัว รูดี้ การ์เซีย เข้ามาคุมทีม และเขาก็ช่วยให้ โรม่า ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจก่อนจะจบฤดูกาลด้วยการเก็บไปถึง 85 คะแนน แต่ก็ยังไม่เพียงพอจะไปเทียบเคียงกับ ยูเวนตุส ทีมแชมป์ที่ทำลายสถิติด้วยการโกยแต้มไปถึง 102 คะแนน

    2015 – โรม่า คว้าตำแหน่งรองแชมป์ต่อจาก ยูเวนตุส เป็นครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลา 3 ปี หลังทำผลงานดร็อปลงไปในช่วงปี 2015 อีกทั้งทีมยังถูกเล่นงานจาก กฎไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ หลังสิ้นสุดฤดูกาลนั้นด้วย จนส่งผลให้ต้องยอมปล่อยตัว มิราเล็ม ปานิช ไปให้กับ ยูเวนตุส เพื่อรักษางบดุลในช่วงหน้าร้อนปีถัดมา

    2017 – วันที่ 28 พฤษภาคม คือวันสุดท้ายของ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ในฐานะนักเตะของ โรม่า โดยที่เจ้าตัวลงสนามเป็นนัดที่ 786 ให้กับสโมสรหนึ่งเดียวในชีวิตของเขาในเกมส์ที่เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เจนัว 3-2 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงไปในนาทีที่ 54 แทนที่ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ในขณะที่แฟนบอลทั้งสนาม โอลิมปิโก สเตเดี้ยม ลุกขึ้นปรบมือให้กับเขา จาก 3 คะแนนในเกมส์นั้นทำให้ทีมจบฤดูกาลเป็นอันดับที่ 2 รองจาก ยูเวนตุส ในขณะที่ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่พร้อมกับต่อสัญญาเพิ่มไปอีก 2 ปี

    2018 – ภายใต้การคุมทีมของ ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ อดีตแข้งดังของทีมสามารถพา จัลโลรอซซี่ ทะลุเข้าไปจนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยพ่ายแพ้ให้กับ บาร์เซโลน่า ในเลกแรก 4-1 ที่ คัมป์ นู ก่อนจะสร้างเซอร์ไพรส์คัมแบ็คกลับมาได้จากชัยชนะ 3-0 ในบ้านตนเอง แต่สุดท้าย โรม่า ก็จอดอยู่ที่รอบตัดเชือกจากการพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์รวมถล่มทลาย 7-6

    Commando Ultrà

    สาวกหมาป่า

    โรม่า ถือเป็นสโมสรที่มีแฟนบอลสนับสนุนมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ใน อิตาลี รองจาก ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน, เอซี มิลาน และ นาโปลี โดยฐานกองเชียร์ส่วนใหญ่ของทีมจะอยู่ใน ย่านเทสทัคโช่ บริเวณใจกลางกรุงโรม กลุ่มแฟนบอลเข้าเส้นหรือกลุ่มอุลตร้ามีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Commando Ultrà Curva Sud (CUCS) ก่อกำเนิดขึ้นจากการร่วมกลุ่มกองเชียร์ย่อยๆหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน และถือเป็นหนึ่งในกลุ่มกองเชียร์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรป อย่างไรก็ตามในช่วงยุคกลางปี 90 ก็มีเหตุที่ทำกลุ่ม CUCS ต้องล่มสลายและแตกวงออกเป็นกลุ่มย่อยๆดังเดิม นอกเหนือจากกลุ่มอุลตร้าต่างๆแล้วก็เป็นที่เชื่อกันว่าแฟนบอล โรม่า ล้วนสนับสนุนการเมืองฝ่ายซ้าย ซึ่งตรงกันข้ามกับฝั่ง ลาซิโอ ที่เหล่ากองเชียร์มักเทคะแนนไปทางฝ่ายขวา

    มีวีรกรรมร้ายๆหลายวาระที่มีต้นเหตุมาจากเหล่าอุลตร้า ในปี 2014 ดานิเอเล่ เด ซานติส กองเชียร์สายฮาร์ดคอร์คนหนึ่งของ โรม่า ใช้อาวุธปืนยิงใส่ ชิโร่ เอสโปซิโต้ และกองเชียร์ นาโปลี ผู้เคราะห์ร้ายอีก 2 ราย ก่อนเกมส์นัดชิง โคปปา อิตาเลีย ระหว่าง นาโปลี และ ฟิออเรนติน่า ที่ โอลิมปิโก สเตเดี้ยม น่าเศร้าที่ทีมแพทย์ช่วยชีวิต เอสโปซิโต้ ไว้ไม่ทัน ในขณะที่เหยื่ออีก 2 รายต้องอยู่ในอาการโคม่าราว 2 เดือน เด ซานติส ถูกตัดสินจำคุก 26 ปี ก่อนจะถูกลดโทษลงเหลือ 16 ปีในภายหลัง ถึงกระนั้นกลุ่มอุลตร้าของ โรม่า กลับทำป้ายแบนเนอร์เชิดชูวีรกรรมของ เด ซานติส ซะงั้น เหตุการณ์ความรุนแรงจากกองเชียร์พันธุ์หมา(ป่า)บ้ามักมีการใช้เครื่องทุ่นแรงหลากหลายประเภทเช่น มีด, กระบอง, พลุไฟ, ขวด และก้อนหินใส่กองเชียร์ฝั่งตรงข้ามที่ไร้อาวุธ และส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บมากมาย

    โดยเฉพาะเกมส์ยุโรปในบ้านที่ต้องรับมือทีมจาก อังกฤษ ทั้ง ลิเวอร์พูล เมื่อปี 1984 และ 2001, มิดเดิลสโบรห์ 2006, แมนฯ ยูไนเต็ด 2007, อาร์เซน่อล 2009, สเปอร์ส 2012 และ เชลซี ในปี 2017 ล้วนมีเหตุการณ์จ้วงแทงหรือทำร้ายร่างกายกลุ่มกองเชียร์ผู้มาเยือนทั้งสิ้น ล่าสุดในเกมส์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2017-18 รอบรองชนะเลิศเลกแรกที่ แอนฟิลด์ มี แฟนบอลหงส์แดง เป็นชายวัย 53 ปีถูกทำร้ายที่ศรีษะอาการสาหัส โดยตำรวจเมืองลิเวอร์พูลได้รวบตัวกองเชียร์อุลตร้า 2 รายของ โรม่า ด้วยข้อหาพยายามฆ่า ในขณะที่อีก 7 รายถูกคุมตัวไว้เพราะอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

    ศัตรูคู่อริหมาป่าแห่งกรุงโรม

    ในวงการลูกหนังแดนมักกะโรนี โรม่า ถือเป็นทีมหนึ่งที่มีศัตรูรอบด้าน และคู่อริรายแรกที่ใครๆนึกถึงก็คงหนีไม่พ้น ลาซิโอ ทีมคู่แข่งร่วมเมืองที่แชร์สนามเหย้า สตาดิโอ โอลิมปิโก ร่วมกันมาอย่างยาวนาน การพบกันของทั้ง 2 ฝ่ายมีสมญานามว่า “ดาร์บี้ เดลล่า คัปปิตาเล่” ซึ่งถือเป็นดาร์บี้แมตช์สุดเดือดตัวท็อปคู่หนึ่งในวงการลูกหนังโลก ในอดีตที่ผ่านมาการเผชิญหน้าในสนามของทั้ง 2 ทีม ส่งผลให้เกิดความรุนแรงนอกสนามอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่น เหตุการณ์เสียชีวิตของ วินเซนโซ่ ปาปาเรลลี่ กองเชียร์อินทรีฟ้าขาวผู้โชคร้ายที่ถูกพลุไฟยิงใส่จากฝั่งกองเชียร์ทีมหมาป่าในฤดูกาล 1979-80 ในขณะที่การพบกับ นาโปลี ก็จะถูกขนานนามจากกองเชียร์โรม่า ว่า “ดาร์บี้ เดล โซเล่” ที่มีความหมายว่า “ดาร์บี้แมตช์แห่งแสงอาทิตย์” นอกจากนี้ปัจจุบันพวกเขายังถือทีมระดับหัวแถวอย่าง ยูเวนตุส, เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน เป็นศัตรูตัวฉกาจสำคัญ เนื่องจากทีมเหล่านี้ล้วนเป็นคู่แข่งสำคัญในการแย่งชิงโควต้า แชมเปี้ยนส์ลีก

    สโมสรฟุตบอลโรม่า

    Tags : ,

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    Search